[VSHRT] ประตูสีม่วงบานหนึ่ง











นี่เป็นเรื่องราวของคนหนุ่มสาวผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโลกา

       คุณทราบหรือไม่ ว่าการสร้างมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาให้กลายเป็นมนุษย์ มีวิธีการอย่างไร

               คุณทราบหรือไม่ ว่าปัจจัยเหล่านั้น ได้แก่สิ่งใดบ้าง

                     และที่นี่......... วเชรฌีสโฆฤฃะ มีทุกสิ่ง                    

これは、若者たちが世界を動かす原動力となる物語です。

あなたは知っていますか?
一人の人間を「人間」に育て上げる方法とは、どのようなものなのでしょうか?

あなたは知っていますか?
そのために必要な要素とは、いったい何なのでしょうか?

そしてここ……ヴェシェルジュスコールカには、その全てが揃っています。











     สวัสดีครับ ผมมีนามว่า O อายุสิบสองปี ขณะนี้เรียนอยู่ชั้นที่แปด ในสถาบันวเชรฌีสโฆฤฃะครับ ต้องขออภัยท่านผู้อ่านจดหมายฉบับนี้ ที่ผมไม่อาจเขียนถึงวิธีการอ่านของชื่อสถาบันได้ เนื่องจากมันเป็นความลับ

     ผมเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีเชื้อสายตะวันออก…. ผมไม่ทราบว่าผมเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร สิ่งที่ผมจำได้มีเพียงแค่ภาพของบุพการีที่ยิ้มทั้งน้ำตา ส่งมอบผมให้กับใครสักคน แล้วจากไปตลอดกาล นั่นคือความทรงจำสุดท้ายในโลกภายนอกของผม เขียนแบบนี้แล้วดูเหมือนว่าชีวิตผมจะน่าสงสาร โดนพ่อแม่ทิ้ง หรือไม่ก็เป็นลักษณะของการขายลูกให้กับคนชั่วเพื่อก้อนเงิน… ผิดครับ ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ผมได้พบกับที่นี่เมื่อตอนสามขวบ ผมเติบโตมาในโลกแห่งนี้ ที่ที่ยากแท้นักที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถเข้าถึงได้ ผมไม่รู้ว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ดลใจให้ท่านผู้อำนวยการเลือกผม… จริงสิครับ หลังจากความทรงจำตอนแยกจากพ่อแม่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ผมจำได้ นั่นคือรอยยิ้มของท่านผู้อำนวยการ ในตอนนั้นผมไม่เข้าใจหรอกว่ารอยยิ้มบนใบหน้านั่นหมายความว่าอย่างไร แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันเปี่ยมไปด้วยความหวัง

     เก้าปีที่ผมอยู่ที่นี่ ผมไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรขาดหายจากชีวิตผมเลยสักอย่าง… ในสิ่งที่เป็นรูปธรรม ทั้งปัจจัยสี่ที่มากเกินพอ พีระมิดลำดับขั้นความต้องการ ที่แห่งนี้นับได้ว่าเป็นเหมือนกับสวรรค์ของมนุษย์เลยก็ว่าได้ ทว่า แม้นผมเองจะเป็นมนุษย์ แต่ผมก็มิได้รู้สึกว่ามันเพียงพออะไร หรือนั่นอาจจะหมายถึงมนุษย์ก็เป็นได้

     ผมอยู่ที่นี่ผมไม่มีเพื่อนเลยสักคน อืม ถ้าคนรู้จักล่ะก็ ทุกสิ่งในสถาบันแห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักผม และไม่มีใครที่ผมจะไม่รู้จัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรู้จำนวนสมาชิกที่แท้จริงของสถาบันแห่งนี้แต่อย่างใด วเชรฌีสโฆฤฃะเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด เปิดเผยแต่ก็ลึกลับ ไม่มีอะไรที่พวกเราจะไม่รู้เกี่ยวกับที่นี่ แต่สิ่งที่ที่นี่ปกปิดไว้เราก็ไม่มีอะไรที่รู้เช่นกัน

    ถ้าหากถามว่าที่นี่มีอะไร เท่าที่ผมรู้ ถามว่าไม่มีอะไรคงตอบยากกว่า เพราะความรู้ที่หาได้จากที่นี่ ก็สามารถหาได้จากที่นี่เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณชื่นชอบในเครื่องปั้นดินเผา ไม่ว่าจะเป็นผลงานชิ้นใด มีชื่อหรือไม่ ทราบหรือไม่ทราบที่อยู่ ทางสถาบันก็จะหามาให้คุณศึกษาได้ แต่ภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น ต้องขออภัยหากผมอธิบายได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะผมไม่ค่อยได้เขียนจดหมายถึงใครเป็นเรื่องเป็นราว อย่างที่เขียนไปว่าผมไม่มีเพื่อน ที่นี่แม้เพียงมนุษย์ก็หาได้ยากแล้ว ประเภทที่เข้ากับผมได้ยิ่งไม่มีใหญ่ แม้ผมจะเหงาแต่ผมก็มีความสุขดี

     สิ่งที่ผู้อื่นมักจะพูดกับผมเสมอคือการค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงให้เจอ ผมเข้าใจมัน แต่จะรีบเร่งไปเพื่ออะไรกัน ถ้าสิ่งที่เราคิดว่ามันคือชีวิตของเรามันพบกันง่ายขนาดนั้น ผมคงออกจากที่นี่ตั้งแต่ห้าขวบ

    วเชรฌีสโฆฤฃะเป็นสถานที่ที่มีความรู้แทรกอยู่ทุกอณู เพียงต่างออกไปแม้พิกัดเดียวก็สามารถได้ความรู้ที่ต่างกัน สมาชิกที่นี่จะรู้กันดีเรื่องหนังสือที่หาได้ทุกมุมของสถาบัน อา คำว่าหนังสือของที่นี่ ไม่เชิงว่าจะต้องเป็นรูปเล่มที่มีตัวอักษรครับ กระดาษแผ่นเดียว เศษใบไม้ที่สลักอะไรบางอย่างไว้ นั่นถือเป็นหนังสือทั้งสิ้น ผมขอยกตัวอย่าง โซนพฤกษโษฆณซึ่งเป็นสถานที่ที่สงบร่มรื่นที่สุดในสถาบัน (ได้ยินพวกเขาว่ากันอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นเป็นพิเศษ) เวลาที่ผมไป ผมมักจะสังเกตเหล่าเศษใบไม้น่าสงสัย และพบว่ามันมีภาษาที่ผมไม่รู้จักสลักไว้ หรือบางใบก็เป็นภาษามนุษย์ที่ไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษเช่น “คืนนี้ที่มายา” ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ข้อความนัดคนรักหรอก เพราะมายาไม่ใช่สถานที่ที่โรแมนติกสำหรับออกเดตหรือพลอดรักกัน

     ผมคิดว่าสำหรับที่นี่มนุษย์คือเผ่าพันธุ์ที่พิเศษ ไม่ใช่เพราะท่านผู้อำนวยการเป็นมนุษย์หรอก แต่การที่ผมสามารถเข้าทุกโซน ทุกห้องของที่นี่โดยไม่มีปัญหาอะไร นั่นหมายความว่ามนุษย์ต้องมีอะไรบางอย่างที่แปลกออกไป

     ท่านผู้อำนวยการบอกกับผมว่าวันเกิดของผมรอบนี้ (อายุสิบสามปี) จะเป็นการบรรลุนิติภาวะของมนุษย์และจะมีบางสิ่งที่ผมต้องเลือก เอาล่ะ อีกสิบเดือน ถ้าผลลัพธ์มันออกมาดีผมจะหาโอกาสมาเขียนจดหมายให้คุณได้อ่านตอนต่อไปก็แล้วกันครับ

                                                                                           O


こんにちは、僕の名前はOです。12歳で、現在ヴェシェルジュスコールカの第8学年に在籍しています。この手紙を読んでくださる方には申し訳ありませんが、この学校の名前の読み方については記すことができません。なぜなら、それは秘密だからです。

僕はごく普通の人間で、東方の血を引いています。しかし、どうして僕がここに来ることになったのか、自分でも分かりません。覚えているのは、両親が涙を浮かべながら微笑みつつ、僕を誰かに託し、その後永遠に去っていったという光景だけです。それが外の世界での僕の最後の記憶です。こう書くと、まるで僕の人生が悲惨で、親に見捨てられたか、悪党に売られたように見えるかもしれませんが、違います。僕は両親に感謝しています。3歳のときにこの場所と出会わせてくれたことを。

僕はこの場所で育ちました。この世界では滅多に足を踏み入れることができない場所で。どうして僕を選んでくれたのか、校長先生の意図は分かりません。でも、一つだけ覚えていることがあります。それは、両親と別れた後に見た校長先生の微笑み。その意味が当時の僕には分かりませんでしたが、その微笑みには希望が満ちていることだけは感じ取れました。

ここでの9年間、僕は自分の人生に何かが欠けていると感じたことは一度もありません。物質的な面では何一つ不足はなく、必要なものはすべて揃っています。この場所は、人間にとってまるで天国のようなものです。しかし、不思議なことに、僕は満たされていると感じたことはありません。それが人間というものなのかもしれません。

ここでの僕には友達が一人もいません。知り合いならたくさんいます。ここヴェシェルジュスコールカでは、僕のことを知らない者はいませんし、僕もここの誰をも知っています。ただし、この学校にいる全員の正確な人数は知らないし、たぶん誰も知らないでしょう。この学校は公開されているようでいて、実際は非常に謎めいた場所です。僕たちはここについて何でも知っているようで、同時に何も知らないのです。

ここに何があるかと聞かれるなら、僕の知る限りでは、むしろ「ここにないものは何か?」と聞いたほうが難しいかもしれません。この学校で得られる知識はすべてここから生まれています。たとえば、あなたが陶芸品が好きなら、どんな作品であれ、有名か無名かにかかわらず、学校側が期限内にそれを提供してくれるでしょう。この説明が十分ではないかもしれません。なぜなら、僕は普段手紙を書かないし、友達もいないからです。ここには人間がほとんどいません。そして、僕と気が合う人はさらにいません。でも、孤独を感じながらも僕は幸せです。

人々が僕によく言うのは、「真の目標を見つけること」です。僕はその言葉の意味を理解していますが、急ぐ必要がどこにあるのでしょうか?人生の本質がそんなに簡単に見つかるなら、僕は5歳でここを出ているでしょう。

ヴェシェルジュスコールカは知識が隅々にまで満ちている場所です。たとえわずかな位置の違いでも、得られる知識が変わるのです。この学校のメンバーなら誰でも、この場所でどんな本でも見つけられることを知っています。ただ、ここの「本」という言葉は、必ずしも文字が書かれた冊子を意味するわけではありません。一枚の紙や、何かが刻まれた葉っぱのかけらも本と見なされます。たとえば、学校で最も静かで落ち着いた場所とされる「プルクシャゾーン」では、葉っぱのかけらに謎の文字が刻まれているのを見つけることがあります。一部の葉には「今夜、マヤで」といった特に意味のない人間の言葉も書かれていたりします。それが恋人同士の待ち合わせ場所を意味しているとは思えません。なぜなら、マヤはデートやロマンチックな場には向かないからです。

僕が思うに、この学校では人間は特別な種族です。それは校長先生が人間だからという理由だけではありません。僕がこの学校のどのゾーンや部屋にも問題なく入れるという事実が、人間が何か特別な存在であることを示しているのでしょう。

校長先生は、次の誕生日(13歳)が僕の成人式にあたると言いました。そして、その時に僕は何かを選ぶ必要があるそうです。さて、あと10か月、もし結果が良ければ、次の手紙でその続きを書いてみようと思います。

                                                                                        O



   





     มีใครบางคนบอกฉันว่า ฉันโชคดีที่ได้เข้ามาในบ้านหลังนี้ เพราะเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอย่างเรามีโอกาสที่ต่ำมาก… เฮอะ ฉันอยากจะขำให้ฟันร่วง ถ้าเผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่ว่านั่นมันสูงจริง ยาจกที่มีปัญญาแค่อาศัยอยู่แต่ในท่อน้ำอย่างฉันคงไม่มีวันได้มาที่นี่หรอก... ฉันถามท่านผู้อำนวยการหลายครั้ง แต่คำตอบที่ออกมาจากปากเธอไม่มีคำไหนที่ฉันเข้าใจ ว่าทำไม... เธอตอบด้วยคำพูดที่หลากหลาย แต่ฉันบอกได้เลยว่าเธอกำลังจะสื่อให้ฉันเข้าใจด้วยตนเองมากกว่าให้คนอื่นบอก

     อ้อ ลืมแนะนำตัวสินะ ฉันชื่อ I เรียนอยู่ชั้นสิบสาม อายุไม่แน่ชัดเพราะเราไม่เหมือนกับมนุษย์ ถ้าจะให้บอกว่าเผ่าไหนคงตอบไม่ได้ สิ่งเดียวที่บอกได้คือมีอวัยวะหนึ่งที่ยาวกว่ามนุษย์แค่นั้น อืม ฉันไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว แต่ท่านผู้อำนวยการคงไม่ยอม ถ้าอย่างนั้นฉันจะเขียนตามใจตัวเองแล้วนะ

     ที่นี่เป็นที่ที่ฉันคิดว่ามันไม่มีอะไรน่าสนใจสักอย่าง ถึงจะบอกให้เรียนก็เถอะ แต่ยาจกอย่างฉันที่ไม่มีแม้แต่ที่จะอยู่จะหาประโยชน์จากที่นี่ได้ยังไง มันไม่เกี่ยวกันสินะ อาจารย์บางท่านก็บอกว่าฉันมีความรวดเร็วเลยแนะนำให้ลงพวกวิชาหลบหลีก หรือต่อสู้อะไรพวกนั้น แต่ฉันรู้สึกว่ามันน่ารำคาญที่ต้องมาทำอะไรเพื่ออะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้จัก (ฉันเข้าใจว่าการเรียนต่อสู้เรียนไปเพื่อปกป้องใครสักคน… ได้ยินเจ้าพวกเผ่า... อืม คุยกันน่ะ) ฉันไม่รู้จักใครทั้งนั้น ชื่อก็ไม่เคยจำ บอกตรง ๆ นะ นอกจากกินกับนอนแล้ว ฉันก็ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนคนที่นี่และข้างนอกจะคาดหวังในตัวฉันกันเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับฉันสักอย่าง แต่ก็เอาเถอะ ฟูกกับหมอนที่นี่ดีกว่าพื้นแข็ง ๆ เหม็น ๆ ในท่อน้ำเป็นล้าน ๆ เท่า แถมอาหารก็อย่างกับราชา ใครมันจะไปบ่นกระปอดกระแปดให้โดนไล่ออกล่ะจริงไหม

     ฉันขอกลับคำก็ได้ จดหมายบ้านี่มันลบที่เขียนไม่ได้หรือไง ฉันกลับมาเขียนให้เสร็จในรอบสัปดาห์เพราะจะหมดเวลาส่งรอบที่ห้าแล้ว อาจารย์ส่งยิ้มแบบน่ากลัวสุดฤทธิ์เลยต้องมาปั่นให้จบทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรจะเขียน คือฉันจะบอกว่า ฉันเจอสิ่งที่ฉันอยากปกป้องแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ไกลกว่าฉันมาก มากเกินไปจนแทบจะสิ้นหวัง และบังเอิญ ! หลังจากฉันอยากปกป้องเขาเพียงสองวัน ท่านผู้อำนวยการก็บอกให้ฉันเตรียมตัวปกป้องเขาได้ ! ฉันดีใจมาก แต่ว่าท่านผู้อำนวยการรู้ได้ยังไงน่ะ ? ฉันไม่เคยบอกใครเลยนะ

     เล่าเรื่องของเขาก็แล้วกัน เขาเป็นเผ่าที่ต่างกับฉันล่ะ ! แต่ฉันไม่รู้ว่าเขากับฉันใครสูงกว่า ฉันเลยไม่แน่ใจว่าเขาจะคุยกับฉันได้ไหม ว่าแต่ ฉันมาอยู่ที่นี่ก็เก้าปีแล้ว ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยนะ นอกจากเรื่องที่ฉันเป็นเผ่าพันธุ์ใกล้เคียงยอดพีระมิดแล้ว ฉันก็ไม่รู้เรื่องอื่นเกี่ยวกับสังคมเลย แล้วอีกกี่วันกันน่ะ ฉันถึงจะได้ปกป้องเขา ! โอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นฉันต้องแข็งแกร่งกว่านี้สินะ !

                                                                                                                                         I


誰かが私にこう言った。「君はこの家に入れたなんて幸運だよ。高貴な種族である君たちが選ばれる確率なんて、すごく低いんだから。」
……はっ!笑いすぎて歯が抜けそうだよ。本当に高貴な種族ってやつがそんなに高貴なら、下水道で暮らすしかない私みたいな貧乏人がここに来れるはずがないでしょ。

私は校長先生に何度も尋ねたけど、彼女の答えは一つも理解できなかった。なぜなのかって?彼女は多くの言葉で答えたけど、その本質は「自分で理解しなさい」ということなんだと思う。他人に教えてもらうのではなくね。

ああ、自己紹介がまだだったね。私の名前はI。13年生に在籍しているけど、年齢ははっきりしない。なぜなら、私たちは人間とは違うから。どの種族かと言われても答えられないけど、一つだけ言えるのは、私たちの体の一部が人間よりも長いということ。それ以外は特に思いつかないね。

さて、何を書こうか分からないけど、校長先生が納得しないだろうから、好き勝手に書かせてもらうよ。


ここは、私にとって特に興味深い場所ではない。勉強しろって言われても、下水道で暮らしていた私がここで何を得られるって言うの?ま、関係ない話かもしれないけど。

教師の中には、私の動きが速いことに気づいて、回避や戦闘の授業を勧めてくる人もいる。でも、何のためか分からないものに対して努力するのは面倒くさいだけ。戦闘訓練って誰かを守るためにあるんでしょ?(そう言ってた気がするけど、他の種族が話してた内容だから詳しくは知らない。)

私には守りたい人なんていないし、名前を覚える気もない。正直、食べて寝るだけで満足だよ。それ以上は何もいらない。でも、ここの人たちや外の世界の人たちは、やたらと私に期待してるみたい。私のことなんて何も知らないくせにね。まあ、いいけど。ここで寝る布団や枕は、下水道の臭くて硬い床なんかより百万倍マシだし、ご飯だって王様みたいに豪華。誰が文句言って追い出されたいと思う?

ちょっと訂正しよう。この手紙、書き直せないの?第5回目の締切が迫ってて、1週間後にやっと書き終えた。怖い笑顔を浮かべる教師に追い立てられて、書くしかなかったんだ。本当は何も書くことがないのに。

でもね、私、守りたいものを見つけたよ!だけど彼は、私からすごく遠い場所にいる。あまりにも遠すぎて、希望を失いかけるくらい。そんな矢先のことだよ。彼を守りたいって思ってからたった2日後に、校長先生が「彼を守る準備をしなさい」って言ってきたの!めちゃくちゃ嬉しかったけど、校長先生はどうしてそれを知ってたの?私、誰にも言ってないのに。

彼について話そうか。彼は私とは違う種族だ。でも、彼と私、どっちが高貴なのか分からない。だから、彼が私と話してくれるかどうかも分からない。ああ、そういえば私、この場所に来て9年になるけど、ここについて何も知らないんだ。自分がピラミッドの頂点に近い種族だってこと以外、社会のことなんて全然分からない。

それで、彼を守れる日まであと何日?そうだね、私がもっと強くならなきゃいけないよね!



I






    สถาบันวเชรฌีสโฆฤฃะในค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะยุ่งวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อย เพราะอีกหนึ่งสัปดาห์จะเป็นพิธีจบการศึกษาของสมาชิกรุ่นแรกจากสถาบันแห่งนี้ เท่าที่ทุกคนทราบมีจำนวนผู้จบการศึกษาสิบคน ต่างเผ่าพันธุ์ทั้งสิ้น พวกเขาได้รับฉายาอย่างลับ ๆ จากบุคลากรทั้งหลายในสถาบันว่าเป็น "หนูทดลอง" ทว่าดูเหมือนพวกเขาจะมีชีวิตที่ปกติและสุขสงบดี... ดูเหมือน น่ะนะ
     ณ โซนสวนใจกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้ไม่มีวันเหี่ยวเฉา ท่ามกลางหมู่กรรณิการ์เหล่านั้น มีสิ่งปลูกสร้างทรงโดมสีขาวสำหรับพักผ่อนจิบน้ำชายามบ่ายตั้งตระหง่านอยู่ ภายในนั้นเด็กหนุ่มสองคนกำลังคุยกันด้วยอารามสงบร่มเย็น
     "นี่ C... นายคิดว่าพวกนายจะเจออะไรบ้างเมื่อได้ออกจากที่นี่ไปเหรอ" มีนาริโอเลผู้เป็นเพื่อนร่วมหอเดียวกันมาสองปีเอ่ยถามขณะที่แกว่งขาไปมาอย่างสบายอารมณ์
     เจ้าของนามว่า C ยิ้มเจื่อน เขาได้ชื่อว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงศักดิ์ยิ่ง ฉะนั้นจึงแบกรับภาระที่หนักหนากว่าเผ่าพันธุ์อื่น C รู้สึกลำบากใจที่จะตอบเพราะเขาเองก็ไม่รู้ โลกภายนอกที่เขากำลังจะออกไปคือโลกที่เขาไม่รู้จัก เขาเกิดและเติบโตที่นี่ แม้ว่าผู้อื่นจะเข้าใจว่าเขาอาศัยเพียงเกือบสิบปีก็ตาม
     C มีร่างกายที่บอบบางต่างจากชายปกติในเผ่าของเขา นอกจากนี้เขายังมีนัยน์ตาสีแดงเข้มและมีผมสีขาว C รังเกียจดวงตาของตัวเองเป็นที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าเป็นดวงตาที่ถูกสาป เขารู้สึกดีที่มีนาริโอเลไม่เคยพูดถึงลักษณะภายนอกของเขาเลยสักครั้ง อีกสิ่งหนึ่งคือยามนี้เป็นเวลากลางคืน ที่จะทำให้ตัวเขากลืนเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดได้ ถึงอย่างนั้นสีขาวและสีแดงในตัวเขากลับทรยศ เปล่งประกายน่าขยะแขยงออกมามากกว่ากลางวันถึงสิบเท่า
     C เลือกตอบอย่างระมัดระวัง "ผมคิดว่า... ผมอยากจะทำประโยชน์ให้กับใครสักคน.. ริโอ คุณยังไม่รู้สินะครับ ว่าผมเป็นอะไร และกลับกัน ผมเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าคุณเป็นอะไร" มีนาริโอเลหยุดแกว่งขาแล้วสบตา C แน่นอนว่า C ก็หาได้หลบสายตานั้นไม่ พวกเขาจ้องกันและกันอย่างเงียบงัน
     มีนาริโอเลมองปลายผมสีขาวบริสุทธิ์นั้นแล้วถอนหายใจ เขายอมแพ้ในเกมจ้องตาเสียแล้ว
     "สักวันผมก็ต้องรู้... C” ‘และดูเหมือนว่านายจะยังไม่เข้าใจในฐานะของตัวเองดีพอ’ มีนาริโอเลต่อประโยคในใจ
     มีนาริโอเลคือสมาชิกรุ่นที่สามของสถาบันแห่งนี้ ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับจากครอบครัวเขาจึงต้องมายังที่นี่เมื่ออายุได้สี่ปีเมื่อนับตามสุริยคติของมนุษย์ จวบจนปัจจุบันอายุสิบสองปีแล้วเขาก็ยังต้องอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อรอวันจบการศึกษา


今夜のヴェシェルジュスコールカは、いつもより少しだけ忙しそうだ。なぜなら、あと一週間でこの学院の第一期生たちの卒業式が行われるからだ。現在知られている限りでは、卒業生は10人、全員が異なる種族である。学院の職員たちからは密かに「実験用モルモット」とあだ名されているが、彼らの生活は穏やかで平和に見える……「見えるだけ」かもしれないが。


花が枯れることのないと評判の中央庭園。そのカリカンダラの花々に囲まれた中、午後のティータイムを楽しむための白いドーム型の建物がそびえ立っている。その内部では、二人の少年が穏やかに会話を交わしていた。

「ねぇ、C……君たちがここを出て行ったら、何に出会うと思う?」
2年間同じ寮で過ごしてきた友人であるミナリオーレが、足をぶらぶらさせながら気楽に尋ねた。

Cと呼ばれた少年は、困ったように微笑んだ。彼は高貴な種族とされる存在であり、そのため他の種族以上に重い責務を背負っていた。Cは答えに窮していた。彼自身も外の世界がどのようなものか分からないからだ。彼がこれから出て行くその世界は、全く未知の場所だった。彼はここで生まれ育った。周囲は彼がここに10年弱しか住んでいないと思っているが、それは誤解だ。

Cは、彼の種族の普通の男性とは異なり、細身で華奢な体格をしている。また、深紅の瞳と白い髪を持つ。Cは自分の瞳をひどく嫌っていた。それを呪われた瞳だと信じていたからだ。しかし、幸いにもミナリオーレは一度もCの外見について触れたことがなかった。Cにとって、それは唯一の救いだった。

さらに、今は夜の時間帯で、Cは闇と一体化することができる。しかし、彼の白髪と紅い瞳は、昼間よりもさらに際立ち、不快なまでに輝きを放っていた。

Cは慎重に答えを選びながら口を開いた。
「僕は……誰かの役に立ちたいと思っています。リオ、君はまだ僕が何者か知らないでしょう。そして逆に、僕も君が何者なのか知らない。」

ミナリオーレは足をぶらぶらさせるのをやめ、Cの瞳を真っ直ぐ見つめた。もちろん、Cもその視線を避けることはなかった。二人は静かに見つめ合った。

ミナリオーレはCの純白の髪の毛先に目をやり、ため息をついた。彼は視線を競うそのゲームに負けたようだった。
「いつか僕も分かるだろう……C」
‘でも君はまだ、自分の立場を十分に理解していないようだね。’
ミナリオーレはそう心の中で続けた。

ミナリオーレはこの学院の第三期生である。家族からの重い責務を負わされ、彼は人間の太陽暦で4歳のときにこの場所へ送られてきた。それ以来、現在12歳となった今もなお、ここで学び続け、卒業の日を待っているのだった。


     วันหนึ่งเขาได้รับคำสั่งจากอาจารย์สาขาเล่นแร่แปรธาตุซึ่งเป็นสาขาที่เขาสังกัดประจำว่า ให้ย้ายจากหอสังกัดแปรธาตุไปอยู่ที่หอจักรราศีเสีย มีนาริโอเลงุนงงเพราะไม่เคยได้ยินว่ามีหอชื่อเช่นนี้อยู่ ท่าทีของอาจารย์ในตอนนั้นทำให้เขาค่อนข้างสับสน เพราะดูเหมือนเพื่อนร่วมห้องพักของเขาจะไม่เป็นที่ประทับใจของบรรดาอาจารย์สักเท่าใดนัก อีกทั้งมีนาริโอเลยังรู้สึกเสียดายอยู่พอสมควร

     หอสังกัดแปรธาตุนั้นมีอเตอลิเยร์ส่วนตัวให้แก่สมาชิกทุกคนในหอ และเงื่อนไขในการได้มานั้นไม่ครั้นจะง่ายดายนัก มีนาริโอเลรักการวาดภาพและการผสมวัตถุดิบให้กลายเป็นสิ่งพิเศษอย่างเช่นผืนผ้าใบสำหรับลงสีสูตรเฉพาะของเขา อดีตอเตอลิเยร์ไร้นามของเขาเป็นสถานที่ที่พิเศษมาเป็นเวลาสามปี จึงได้แยกจากกันตอนนั้นเอง

     ตั้งแต่ที่มีนาริโอเลได้เข้ามาที่นี่ เขาไม่ใช่สมาชิกที่ถูกจับตามอง เขารู้ตัวดีว่าเขามีศักดิ์ในสถาบันแห่งนี้เพียงชื่อรุ่นที่สาม เป็นหนึ่งในสามสิบเจ็ดของสมาชิกในรุ่นทั้งหมดเท่านั้น แต่มีนาริโอเลพึงพอใจกับสถานะนี้ มันทำให้เขาสามารถจดจ่อและมอบสมาธิให้กับการวาดภาพของเขาได้ แม้ผลงานจะมิได้ปรากฏสู่สาธารณะสักผืนใบ แต่เขาก็มีความสุขกับชีวิตในสถาบันที่เรียบง่ายเช่นนี้

     เมื่อได้รับคำสั่งดังกล่าว มีนาริโอเลก็ได้ขนย้ายข้าวของออกจากอเตอลิเยร์และส่งบางส่วนกลับไปยังบ้านเกิด และนำสิ่งจำเป็นไปไว้ในห้องพักแห่งใหม่โดยคำนึงถึงการไม่รบกวนเพื่อนร่วมห้องรวมทั้งไม่เป็นการบีบคั้นตัวเองจนเกินไป ถึงอย่างไรเขาก็ยังรักการวาดภาพอยู่ดี

     มีนาริโอเลตกใจมากพอได้เห็นห้องของ “หอจักรราศี” มันกว้างใหญ่กว่าอเตอลิเยร์ของเขาเสียอีก! เขาเพิ่งรู้ทีหลังว่าสมาชิกของหอนี้ต้องเป็นคนใหญ่คนโตมาก เพราะมันมีเพียงห้าห้องเท่านั้น... จะเรียกว่าห้องก็คงไม่ถูกนัก เรียกว่า “บ้าน..” ก็ไม่เชิง เอาเป็นว่า มันมีลักษณะเช่นนี้ในสายตาของมีนาริโอเล

     ‘ฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกปกคลุมด้วยแมกไม้จนทึบแสงในก้าวแรก ก้าวที่ห้าคือหมู่ดาวจากแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านใบไม้ กุหลาบขาวที่แทรกตัวตามเถาวัลย์ทรงโค้งเรียงสะเปะสะปะ ก้าวที่สิบห้าคือรุ้งกินน้ำในระลอกน้ำตกเล็กจ้อยของอ่างน้ำพุ หลังจากนั้นมองไปทางใดก็เต็มไปด้วยไม้’

     ...แต่แน่นอนว่ามิใช่เพียงเท่านั้น เมื่อมีนาริโอเลถามถึงเตียงนอน เจ้าของห้องซึ่งมีผมสีขาวบริสุทธิ์ก็ได้ยิ้มแห้งแล้วชี้ไปที่รูปปั้นต้นไม้รูปหนึ่ง แล้วมีนาริโอเลก็ได้รู้ว่าเจ้าของสถานที่มีความพิเศษยิ่งกว่าสมาชิกคนใดในสถาบันแห่งนี

ある日、ミナリオーレは所属している錬金術科の教授から命令を受けた。
錬金術寮から「黄道寮」に移るように、というのだ。
ミナリオーレは困惑した。「黄道寮」という名前はこれまで一度も聞いたことがなかったからだ。
その時の教授の様子から察するに、彼の同室の仲間たちは、あまり教授たちの心証が良くないようだった。
ミナリオーレは、そんな状況に複雑な気持ちを抱えながらも、自分が愛する錬金術寮を去ることを少しばかり惜しんだ。

錬金術寮には、寮生全員に個人アトリエが与えられていた。
だが、そのアトリエを得るためには、決して簡単な条件ではなかった。
ミナリオーレは絵を描くことや、独自の素材を混ぜて特別なものを作り上げること、たとえば自分専用の特製キャンバスを作ることが大好きだった。
無名のアトリエと彼が呼んでいたその場所は、3年間特別な存在であり続けた。
そんな場所を去る時が来たのだ。


この学院に来てからというもの、ミナリオーレは目立つ存在ではなかった。
自分が「第3期生」という肩書きを持つ、37名のうちの1人に過ぎないことを彼自身よく理解していた。
だが、彼はその地位に満足していた。それによって、彼は自分の絵に集中し、心を込めて取り組むことができたからだ。
たとえ彼の作品が世に出ることはなかったとしても、彼はこの学院での静かな生活に幸せを感じていた。

命令を受けた後、ミナリオーレはアトリエの荷物を整理し、一部を故郷へ送り返した。
必要最低限のものだけを新しい部屋に持ち込んだ。
それは同室の仲間に迷惑をかけないようにし、また自分自身に無理を強いないためだった。
何よりも、彼は依然として絵を描くことを愛していた。

ミナリオーレは「黄道寮」の部屋を目にした時、その広さに驚愕した。
それは彼のアトリエよりも遥かに広大だった!
そして後になって知ることになるのだが、この寮の住人は非常に特別な立場にある者ばかりであり、部屋の数もわずか5部屋しか存在しなかった。
部屋というより「家」に近い……いや、それでも正確ではないだろう。
少なくともミナリオーレの目にはそう映った。

『最初の一歩は、濃い木々の陰で覆われた広大な空。
5歩目では、木の葉の隙間から差し込む陽光が星のように輝く景色。
白いバラがツタに混じり、無造作に絡み合いながらも曲線を描く。
15歩目には、小さな滝が虹を作り、水辺に広がる光景が目に入る。
それからはどこを見ても木々ばかり。』

だが、もちろんそれだけではなかった。
ミナリオーレがベッドはどこかと尋ねると、純白の髪を持つこの部屋の主は乾いた笑みを浮かべながら木の彫刻を指差した。
その瞬間、ミナリオーレはこの場所の主が、この学院の中でも特別中の特別な存在であることを悟ったのだった。


     การใช้ศาสตร์แห่งมิติและเวลามิใช่สิ่งที่จะอภัยให้ได้ในโลกแห่งนี้ แม้แต่ในสถาบันซึ่งมีความอิสระและเท่าเทียมทางความคิดมากที่สุดอย่างวเชรฌีสโฆฤฃะก็ตาม นั่นหมายความได้สองอย่าง ไม่เป็นที่สุดแห่งความดีงามจนได้รับสิทธิพิเศษ.... ก็เป็นที่สุดแห่งความชั่วร้ายที่จำต้องคุมขัง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้น

     รูปปั้นต้นไม้นั้นคือสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงตรงของลัทธิที่มีชื่อเสียงในโลกมนุษย์ อยู่ในลักษณะไม้ยืนตรงและประดับตาชั่งไว้ด้วยกิ่งที่โน้มลงมาทั้งสองข้าง เจ้าของเรือนผมสีขาวได้วางมือลงบนตาชั่งข้างขวามือของเขาแล้วถอยหลังออกมาสองสามก้าวเล็ก ๆ จากนั้นก็ได้มีเสียงนกร้องและประตูสีประหลาดที่ไม่มีบาน มองไม่เห็นข้างในก็ได้ปรากฏขึ้น
    

     มีนาริโอเลนึกย้อนอดีตไปแล้วก็หลุดขำออกมา C เอียงคออย่างฉงน “มีอะไรหรือ”

     เขาโบกมือไปมาเป็นการปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

     “ผมคิดถึงวันแรกที่ได้เจอกับนาย แล้วก็มานึกได้ว่า อืม สองปีที่ผ่านมานี่ ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายสักอย่างเลยนะ” แน่นอนในฐานะเพื่อนร่วมห้อง การรู้จักนิสัยส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างชอบทานอะไร นอนกี่ชั่วโมงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ C ไม่เคยพูดถึงเรื่องส่วนตัวของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่มีนาริโอเลนั่นล่ะที่เล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง มีนาริโอเลคิดเสมอมาว่าเขากับ C มีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันจึงอยากจะเป็นเพื่อนด้วย แต่ดูเหมือน C จะไม่เคยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเลยสักครั้ง

     ตัวอย่างเช่น มีนาริโอเลมีผมสีทอง เขาก็เล่าว่าเขารู้สึกชอบผมยาวสีดำของอาจารย์ชายมากกว่าเพราะดูเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ถามความเห็น C ว่าคิดอย่างไรบ้างถ้าเขาแปรธาตุน้ำยาที่ทำให้เปลี่ยนสีผมได้ชั่วคราว แต่ C กลับตอบแค่ว่า “ก็ดีนะครับ” เพียงเท่านั้น   

     ความจริงแล้ว C คิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก ๆ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะต้องตอบอย่างไรให้ริโอรู้สึกพอใจ เขาอยู่คนเดียวมาตลอดตั้งแต่เกิด คนที่เขาคิดว่าใกล้ชิดที่สุดในชีวิตก็คงเป็นริโอกระมัง ทว่าด้วยความด้อยประสบการณ์ สิ่งที่ออกมาจากเขาก็มีแต่ความไร้อารมณ์ก็เพียงเท่านั้น

     “เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์แล้วสินะครับ ที่เราจะได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน” มีนาริโอเลเงยหน้ามองพระจันทร์แล้วยิ้มอย่างเศร้าสร้อย C พยักหน้าน้อย ๆ โดยไร้คำพูดใด ๆ

     ...

この世界では、次元と時間の学問を用いることは許されない。それは、ヴェシェルジュスコールカのように思想の自由と平等を重んじるこの学院ですら例外ではない。つまり、この学問を使う者には二つの可能性しかない――最高の善を極め、その特権を得た者か、または極悪の存在として幽閉される者だ。だが、彼はそのどちらでもないように見えた。


その木の彫刻は、人間界で有名な宗派の象徴であり、直立した木の形状に、両側の枝にぶら下がる天秤を装飾している。白い髪の持ち主である彼は、その天秤の右側に手を置き、小さく二三歩後ろへ下がった。その瞬間、鳥のさえずりが聞こえ、異様な色合いの扉が現れた。その扉には取っ手もなく、中の様子も見えない。


ミナリオーレは過去の記憶を思い出し、つい笑いを漏らした。
Cは首をかしげ、不思議そうに尋ねた。「何か面白いことでも?」

ミナリオーレは手を振りながら「何でもないよ」と否定した。

「初めて君と会った日のことを思い出していたんだ。それと、この2年間、僕は君のことを何一つ知らないなって改めて気づいてさ。」

ルームメイトとして、好きな食べ物や睡眠時間といった些細なことを知るのは普通だろう。だが、Cは自分の私生活について一切語ったことがなかった。いつも話すのはミナリオーレだけで、Cはただ聞いているだけだった。ミナリオーレは、Cと自分には何か共通点があると信じていて、友達になりたいと思っていたが、C自身は彼を友達と思ったことはなさそうだった。

たとえば、ミナリオーレの金髪についての話だ。彼は、自分は黒髪の男性教師の長い髪のほうが大人っぽくて好きだと語り、Cにも「髪の色を一時的に変えられる薬品を錬成したらどう思う?」と意見を求めた。だが、Cの返事はただ一言、「いいと思います」だけだった。


本当は、Cもそれが素晴らしいアイデアだと思っていた。ただ、どう答えればミナリオーレが喜ぶのか分からなかったのだ。Cは生まれた時からずっと一人で生きてきた。彼にとって最も親しい存在と言えるのは、おそらくミナリオーレだっただろう。しかし、経験のなさゆえ、Cが発する言葉は感情のないものばかりだった。


「あと1週間で、僕たちもルームメイトじゃなくなるんだね。」
ミナリオーレは月を見上げ、悲しそうに微笑んだ。
Cは小さくうなずいただけで、何も言わなかった。


สามวันก่อนงานพิธีจบการศึกษา ยามเช้า โซนดูแลรักษาเฉพาะสัตว์เท่านั้น

     “……”

     C ยืนมองเหล่ากวางน้อยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่จากภายนอกรั้ว ความจริงเขายืนอยู่ตรงนี้มาได้ประมาณชั่วโมงกว่าแล้ว โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่งมองเขาตั้งแต่สี่สิบนาทีก่อน
     เด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลเดินตรงเข้ามาหาเขา มือบางประสานกันตรงท้องน้อย เอ่ยปากถามด้วยสีหน้าอ่อนโยนฉาบด้วยรอยยิ้มหวาน
     “เอ่อ....” C ละสายตาจากฝูงกวางตรงหน้า หันมาสบตาผู้บุกรุกความสงบและส่งถ้อยคำผ่านนัยน์ตาสีทับทิมลุ่มลึกที่เจ้าตัวเกลียดนักเกลียดหนาว่า ‘มีอะไร’
     แม้จะเจอะกับกิริยาอันเย็นชาที่เหมือนจะผลักไสเธอให้ไปไกล ๆ แต่เด็กสาวก็ยังยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน
     “ถ้าสนใจน้องกวาง ฉันเปิดรั้วให้คุณได้นะคะ” ดวงตาสีชาดสั่นไหวเล็กน้อยและมีแววที่อ่อนลง C ยิ้มอ่อน ๆ ให้เด็กสาวคนนั้นและปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
     “ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยากมาดูพวกเขา” เด็กสาวพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างสดใส “อย่างนั้นหรือคะ”
     C เพิ่งได้สังเกตเธอชัด ๆ เด็กสาวสวมชุดยูนิฟอร์มหญิงแขนยาวสีขาวสะอาดที่ถูกดัดแปลงให้เป็นแบบอ่อนหวาน มีระบายลูกไม้ที่ขอบกระโปรงและส่วนอื่น ๆ ที่พอจะเสริมได้ ทับด้วยผ้ากันเปื้อนสำหรับเลี้ยงสัตว์ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้การแต่งแต้ม แก้มเปล่งปลั่งสีชมพูละมุนบ่งบอกถึงความมีสุขภาพจิตที่ดียิ่งแลดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอม ผมเหยียดตรงสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงสะโพกถูกผูกไว้หลวม ๆ ให้เป็นเปียใหญ่ ๆ ดวงตาสีเอเมอรัลด์สะท้อนแสงสีเหลืองจางอบอุ่น 

เขาระลึกได้แล้วว่าเขาเห็นในสิ่งที่ไม่สมควรเห็นเข้าเสียแล้ว

     “ถ้าอย่างนั้น เอ่อ ผมขอตัวนะครับ” C ปลีกตัวออกไปทันทีที่พูดจบ เด็กสาวหลับตาลง ปลายนิ้วเกี่ยวผมที่หลุดลุ่ยมาทัดที่ใบหูน้อย เงี่ยหูฟังเสียงลมแผ่วเบา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นสายตาลึกซึ้งมอบให้กับกวางน้อยเช่นนั้น...
     C ไม่ชอบการคลุกคลีกับผู้อื่นเท่าใดนัก เพราะเขาคิดว่าตัวตนของเขาจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่พบเห็น เขาจึงหลีกเลี่ยงผู้คนและพยายามมีปฏิสัมพันธ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สถาบันแห่งนี้มอบอิสระให้แก่สมาชิกในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงเอื้อแก่การอยู่ตัวคนเดียวเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ C พอใจมาก
     ตลอดชีวิตที่เขาอยู่ที่วเชรฌีสโฆฤฃะ เขาจำใบหน้าและชื่อได้ไม่ถึงสิบ อันได้แก่ใบหน้าผู้อำนวยการที่ไม่ทราบชื่อ ใบหน้าและรายนามของเหล่าคณาจารย์ในสาขาที่เขาศึกษา ส่วนสมาชิก เนื่องจาก C เป็น ‘สมาชิกพิเศษ’ จึงได้รับสิทธิในการเข้าเรียนชั้นเดี่ยว สาขาประจำของเขาคือการใช้มนตราไร้ธาตุ อันเป็นจุดเริ่มต้นของเหล่าธาตุทั้งมวลบนโลกใบนี้นั่นเอง
     C ก้าวเนิบ ๆ ตามแบบฉบับเขา เดินไปตามระเบียงเรื่อย ๆ ผ่านโซนแล้วโซนเล่า มุ่งไปสู่สถานที่หนึ่งที่เป็นที่พักพิงทางใจของเขาเพียงหนึ่งเดียว โซนวงกตกุหลาบดำ

   
      “เจ้ากวางน้อย... เธอว่าเขากำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” เด็กสาวถามกวางด้วยความใสซื่อ เหตุใดหนอเขาจึงรีบร้อนจากไปเช่นนั้น เอ.. ตั้งแต่ที่เธอเป็นผู้ดูแลของที่นี่มา เธอไม่เคยเห็นสมาชิกคนไหนดูแปลกตาและแตกต่างอย่างเขามาก่อนเลย “สิ่งมีชีวิต” นี้ช่างน่าพิศวงยิ่งนัก...


卒業式の3日前の朝、動物専用の管理区域にて。



「……」

Cは、鹿の群れをじっと見つめていた。柵の外からその様子を見守る彼の目には、何を考えているのか全く読み取れない。実際、彼はすでに1時間以上もそこに立ち尽くしていた。しかし、彼が気づいていないのは、40分前から彼を見つめている視線の存在だった。

長い茶色の髪を持つ少女が、ゆっくりと彼の方へ歩み寄る。細い手をお腹の前で組み、柔らかい微笑みを浮かべながら、優しい声で話しかけた。

「えっと……」
Cは目の前の鹿から視線を外し、静寂を乱した侵入者を見つめる。その紅い瞳から発せられる深みのあるまなざしには、彼自身が嫌悪してやまない「何か」が込められている。それはまるで「何の用だ」という言葉を語っているようだった。

その冷たく突き放すような態度に直面しても、少女の微笑みは消えなかった。
「もし鹿さんたちに興味があるなら、柵を開けてあげますよ。」

紅い瞳がほんの少し揺れ、柔らかさが加わった。Cは控えめな微笑みを浮かべ、静かな声で断った。
「大丈夫です。ただ、彼らを見ていただけですから。」
少女は明るい笑顔を浮かべて頷いた。
「そうなんですね。」

Cはそのとき初めて彼女をじっくりと観察した。
彼女は白い長袖の制服を身にまとい、そのデザインは甘く優雅に改造されていた。スカートの縁や各所にはレースがあしらわれ、動物飼育用のエプロンがその上に重ねられている。化粧っ気のない清潔な顔立ちと、ほんのりピンク色の頬は、健康的で穏やかな印象を与えた。腰まで伸びる柔らかな茶色の髪は、ゆるく大きな編み込みになっており、エメラルドグリーンの瞳には温かい黄緑色の光が宿っていた。

彼は、その瞬間、自分が「見てはいけないもの」を見てしまったことに気づいた。


「それでは、僕はこれで失礼します。」
Cはそう言うと、すぐにその場を後にした。

少女は目を閉じ、ほつれた髪を指先で整えながら、微風に耳を澄ませた。彼女は初めて、鹿に向けられた深いまなざしを目の当たりにしたのだった。


Cは他者と深く関わることを好まなかった。自分の存在が周囲に迷惑をかけると思い込んでいたからだ。そのため、彼は人々を避け、可能な限り関わりを減らそうとしていた。この学院は、メンバーが自分の生き方を自由に選べる環境を提供しており、彼のような一人で過ごすことを望む者にとって理想的な場所だった。それがCの満足を生んでいた。

ヴェシェルジュスコールカでの生活を通じて、Cが顔と名前を覚えている人は十人もいなかった。その中には、名前すら知らない校長の顔や、彼の学科の教授陣の顔と名前が含まれている。

Cは「特別なメンバー」として、一人で授業を受ける特権を持っていた。彼が専攻するのは、全ての属性の起源である「無属性魔法」の学問だった。


Cはゆっくりとした足取りで、学院の回廊を歩いていた。いくつものゾーンを通り過ぎながら、彼が向かっていたのは唯一の心の安らぎを得られる場所、黒薔薇の迷宮だった。


「鹿さん、彼は何か勘違いしているのかしら?」
少女は無邪気な声で鹿に話しかけた。彼はどうしてあんなに急いで立ち去ってしまったのだろう?

彼女がこの場所を管理し始めてから、これほど異質で、特異な雰囲気を持つメンバーを見たのは初めてだった。
「この『生き物』、なんて不思議なのかしら……。」














Comments

Popular Posts