[VSHRT] Iの物語




“เขียนอะไรอยู่หรือ I”
“อืม แผนผังชีวิตต่อจากนี้ไปว่าจะเอาอย่างไรต่อ” หากเป็นเวลาปกติแล้ว คนอย่าง I ไม่มีวันที่จะนั่งอย่างสงบเสงี่ยมอยู่กับโต๊ะแล้วเขียนหนังสือเช่นนี้เป็นอันขาด ทว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เธอได้พบเจอมา บ่งบอกว่าเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ตลอดไป
A และ I เป็นสองคนที่ดูเผิน ๆ เสมือนเหินห่างยิ่ง พวกเขาไม่มีอะไรคล้ายกันพอจะให้รู้สึกสนิทสนมชิดเชื้อได้ ทว่าความต่างนั้นเองกระมัง อาจทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่มีอะไรจำเป็นต้องปิดบังหรือหลอกลวงกัน ไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวจากอีกฝ่าย และไม่มีอะไรให้สูญเสียต่ออีกฝ่าย

“อันที่จริง ผมก็ไม่แน่ใจนะว่าการที่พวกเขาทำแบบนี้กับเธอมันเป็นเรื่องที่ดี” A พูดกลั้วเสียงหัวเราะ ‘แม้นว่าผู้ที่เสนอเช่นนั้นจะเป็นข้าเองก็ตาม’ เขาต่อในใจ
ประหนึ่งสาวน้อยล่วงรู้ถึงประโยคต่อมานั้น เธอยิ้มตอบ
“อย่างนั้นหรือ”
แล้ว I ก็ลงมือเขียนบางประโยคลงบนกระดาษต่อไป ก่อนจะกล่าวต่อว่า
“แต่สิ่งที่ฉันคิดไม่เหมือนกับนายหรอกนะ”
ชายหนุ่มหัวร่อเสียงเบา น้ำเสียงทุ้มนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาสะท้อนไปทั่วห้อง
“แน่นอน จุดยืนของเรามันต่างกัน”
“ฉันก็ได้แต่อวยพรให้พวกเขามีความสุขแล้ว”
“ไม่เสียใจหรือ ?”
I ส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจตั้งแต่แรก ฉันกับเธอแค่ถูกกำหนดไว้ให้อยู่ในตำแหน่งนี้แค่นั้น มันไม่ใช่เรื่องที่คร่ำครวญแล้วจะได้ประโยชน์อีกต่อไป”
I เอามือหนึ่งเท้าคาง เหม่อมองปากกาขนนกงามที่กำลังหมุนอยู่บนมือเรียวอีกข้าง
“เรื่องราวนี้เสมอเหมือนตัวฉันเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ชิ้นสุดท้ายที่จะสานต่อเรื่องราวของพวกเขาให้สมบูรณ์เท่านั้น ถ้าฉันมองมันออก ความรู้สึกใด ๆ ของฉันก็จะไม่มีความหมายอีก”
เมื่อ A ได้ฟังคำตอบนั้นก็รู้สึกประหลาดใจยิ่ง
“เธอโตขึ้นมากจริง ๆ” เขาชื่นชมเธอจากใจจริง ปรากฏความตื่นเต้นบางอย่างภายในดวงตาสีอำพันคู่งาม
I เงยหน้าขึ้นมองฟ้า แววตาแน่วแน่นั้นแฝงไว้ด้วยละอองแสงหม่นแห่งความเหนื่อยล้า เจือปนความจำนนต่อหน้าที่
“ฉันไม่ได้โตขึ้นหรอก แค่ได้รับการสั่งสอนเท่านั้น”
...




หากจะกล่าวว่าเหตุใด I จึงมีหัวใจที่ยึดติดอยู่กับเขานั้น คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน
I นั่งเท้าคางอยู่บนปลายขอบหอนาฬิกา รำลึกถึงวันวานที่เธอยังคงมีชีวิตลำเค็ญยากเข็ญ เวลาแต่ละวินาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้ายิ่ง วันวันหนึ่งเธอต้องดูแลเด็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหัวโจกเลว ๆ ซึ่งหากไม่ทำตามก็จะไม่มีวันได้กินอาหารประทังชีวิต เพราะพวกเขาเป็นพวกเดียวที่มีสิทธิ์ออกไปขโมยอาหารข้างนอกนั้นได้ เธอซึ่งเป็นเด็กน้อย ทั้งยังไม่มีความรู้อะไรทั้งสิ้นนอกจากความเจ็บแค้นในใจ อยู่อย่างกล้ำกลืนฝืนทนความทรมานเช่นนั้นทุกวัน มิอาจหลอกหัวใจให้ชินชาเสมือนกับเด็กที่ไม่รู้ความคนอื่นได้
I มองทิวทัศน์รอบเมือง ซึ่งแม้จะเป็นสุดขอบฟ้าที่เธอเห็นนั้นก็ยังคงอยู่ในขอบเขตของสถาบันวเชรฌีสโฆฤฃะ เธอปล่อยใจให้ซึมเข้าไปในความรู้สึกแห่งอดีตเก่าก่อน




「何を書いているの、I?」
「うーん、これからの人生設計を考えているの。」
普段のIなら、机に座って静かに書き物をするなんて、まずありえないことだろう。しかし、彼女がこれまで経験してきた出来事は、もはやこのようなことを避け続けることができないと示していた。


AとIは、一見すると互いに遠く離れた存在のように見える。二人の間には共通点がほとんどなく、親密さを感じさせるものは何もなかった。しかし、その違いこそが、二人の間に秘密や偽りが存在する必要をなくしていた。相手から何かを得ることも、失うこともないのだ。


「正直に言うと、彼らが君にこうしたことをするのが良いことなのか、僕には分からない。」
Aは笑みを浮かべながら言った。『その提案をしたのが僕自身だとしてもね』と心の中で付け加えた。


まるでIがその続きの言葉を察したかのように、彼女は微笑んだ。
「そうなの?」


そう言うと、Iは再び紙に何かを書き始めた。そしてしばらくしてから続けた。
「でも、私の考えは君とは違うわよ。」


青年は低く柔らかな声で軽く笑った。その声は部屋中に響き渡った。
「当然だよ。我々の立場は違うからね。」


「私はただ、彼らの幸せを願うだけよ。」
「後悔はしないのか?」
Iは首を横に振った。
「最初から後悔するようなものなんて何もないわ。私も彼女も、ただその役割に配置されただけの存在。それを嘆いたところで、もう何の意味もないの。」


Iは片手で頬杖をつき、もう片方の手で美しい羽根ペンをくるくると回しながら、それをじっと見つめた。
「この物語では、私は彼らの物語を完成させる最後の大きなピースに過ぎないの。もし私がその全貌を見通せたら、私自身の感情なんて、もう何の意味も持たないわ。」


Aはその言葉を聞いて驚きを隠せなかった。
「君は本当に成長したね。」
彼は心から称賛し、その美しい琥珀色の瞳に微かな興奮が宿った。


Iは顔を上げ、空を見上げた。その真剣な瞳には、疲労の陰りとともに、自分の使命への降伏感がにじみ出ていた。
「私は成長なんてしていないわ。ただ教え込まれただけ。」




---


もしIが彼に心を縛られる理由を述べるなら、それは三年前に遡る必要がある。


Iは時計塔の端に頬杖をついて座り、かつての辛い日々を思い出していた。あの頃、彼女の生活は困窮そのもので、一日一秒が永遠のように過ぎていった。


彼女は日々、悪辣なリーダーの支配下にある子供たちを世話しなければならなかった。彼らの言うことを聞かなければ、食べ物にありつくことすら許されなかった。というのも、外で食べ物を盗む権利を持つのは彼らだけだったからだ。


まだ幼く、知識も何も持たない彼女にあるのは、ただ心の中の怒りと悔しさだけだった。そんな日々に耐え続けることしかできなかった彼女は、他の無邪気な子供たちのように感覚を麻痺させることもできなかった。


Iは街の景色を見渡した。その最果てに見える地平線さえも、まだヴェシェルジュスコールカの領域内だった。彼女は心を過去の記憶へと沈め、その苦い思い出に浸っていた。


Comments

Popular Posts