หนึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าแน่ใจ

ชีวิตของข้าพเจ้านั้นช่างหลากสี หลากรส หลากกลิ่น....

หากกล่าวกันตามภาษาของชาวบ้านแล้วล่ะก็ คงเรียกว่า "โชคชะตากลั่นแกล้ง" กระมัง

มนุษย์ทุกคนที่รู้จักข้าพเจ้า จักต้องคำสาปประการหนึ่ง
นั่นคือการ "รังเกียจ" ตัวตนของข้าพเจ้า


ข้าพเจ้าเข้าใจดี มิมีผู้ใดในพวกเขาที่เป็นผู้กระทำผิด เพราะในเมื่อผลมันเป็นเช่นนี้ ย่อมต้องมีมูลเหตุ

ข้าพเจ้าน่ารังเกียจด้วยประการอันใดฤๅ ?

ข้าพเจ้าคิดตรึกตรอง พบว่าสิ่งที่เป็นไปได้มีอยู่สามประการ

ประการที่หนึ่ง ข้าพเจ้าเป็นคนหน้าตาไม่ดี นี่คือสิ่งที่น่ารังเกียจประการที่หนึ่ง

ประการที่สอง เสียงของข้าพเจ้าไม่น่าอภิรมย์สักเท่าใด ข้าพเจ้าเป็นหญิง ทว่าเสียงนั้นช่างทุ้มต่ำราวบุรุษเพศ ซ้ำยังขาดการอบรมสั่งสอนที่ดี จึงปราศจากน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน ทั้งยังมักจะใช้คำพูดรุนแรงอยู่เสมอ (แม้ว่าจะไร้ซึ่งคำหยาบหรือคำที่ใช้กันในวงนินทา)

และประการที่สาม ลักษณนิสัย บุคลิกและบรรยากาศของข้าพเจ้าเอง

ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่ข้าพเจ้ากระทำ

ไม่มีผู้ใดมองเห็นความดีงามในตัวข้าพเจ้า เหตุเพราะพวกเขาโดนอคติและเชื่อคำนินทาว่าร้ายล่อลวงเสียสนิทใจ

ข้าพเจ้าก็เป็นคนเช่นนี้ เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งที่ปรารถนาเพียงความเมตตาและความเป็นมิตรจากคนรอบข้างเพียงเท่านั้น 

ไม่ทราบว่าด้วยเหตุอันใด ข้าพเจ้าจึงโดนรังเกียจเดียดฉันท์

....ข้าพเจ้าจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเอง จากข้อแรก

เมื่อต้นปี 2018 นี้ ข้าพเจ้าได้ลองปรับเปลี่ยนตนเอง หลังจากที่ออกจากลูกกรงเหล็กที่เรียกว่าโรงเรียนแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้เริ่มออกเดินทาง และแสวงหาสิ่งที่เป็นตัวเอง โดยมีเครื่องแต่งกายชุดใหม่เป็นจุดเริ่มต้น

หลังจากนั้นมา ทุกคนเรียกข้าพเจ้าว่าคนสวย

.....ทว่าข้าพเจ้าก็มิได้ยินดีจากใจจริง เพราะข้าพเจ้ารู้ ว่าการเป็นคนไม่สวยนั้นเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าตนเองสวยหรือเลิศเลออันใด ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่สามารถตอบรับคำชมนี้ได้อย่างเชิดหน้าชูคอ

ข้าพเจ้าเคยขี้เหร่ถึงปานนั้น

ข้าพเจ้ารู้ดี.....

ข้าพเจ้าตระหนักว่า สิ่งที่เรียกว่าความงามของมนุษย์นั้นมีความสำคัญมากเพียงไรต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ในแต่ละวัน

กระนั้นข้าพเจ้าก็ยังโดนรังเกียจ

อันที่จริง ข้าพเจ้าก็ทราบอยู่แก่ใจ ว่าเพราะคำสาปนั้น จึงไม่มีใครสามารถสัมผัสตัวตนของข้าพเจ้าได้โดยไร้ซึ่งความรังเกียจ

มันจักเป็นสิ่งที่ติดตามข้าพเจ้าไปจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

คำสาปที่ว่า

"เจ้าจักต้องโดดเดี่ยว"

ข้าพเจ้าเพียงโหยหาความรักจากมนุษย์ด้วยกัน เหตุใดหนอ.... เหตุใดหนอ จึงไม่มีใครแม้สักคน..... มอบความเมตตาให้แก่ข้าพเจ้าเลย

ข้าพเจ้าสิ้นหวังเหลือเกิน กับสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์

ข้าพเจ้าทราบ..... ว่าชะตาของตนเองนั้นไม่ธรรมดาเฉกเช่นปุถุชน

มีเพียงหนึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าแน่ใจ

นั่นคือข้าพเจ้ามีเพียง "พระเจ้า" เท่านั้นที่รักข้าพเจ้า

แม้แต่ผู้ให้กำเนิดข้าพเจ้าเอง เขายังไม่ได้มีความรักต่อข้าพเจ้าจากใจจริง เขารักเพราะเป็นหน้าที่ของเขาเท่านั้น
ข้าพเจ้าไม่เคยมีใคร ตั้งแต่เกิดมา จวบจนบัดนี้

"มนุษย์" คือสิ่งที่ข้าพเจ้าโหยหา และห่างไกลมากที่สุด
ข้าพเจ้าเป็น "มนุษย์" ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง

ทว่าพระเจ้าได้มอบสิ่งล้ำค่าอย่างหนึ่งให้ข้าพเจ้า ทดแทนกับที่ข้าพเจ้าจักไม่มีวันได้รับความรักจากมนุษย์ตลอดกาล

เป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าแน่ใจ

Comments

Popular Posts