ศาสนา ความเชื่อหรือความจริง

ความจริงแล้ว เท่าที่เราครุ่นคิดถึงเรื่องศาสนาต่าง ๆ มา

"แก่นแท้" ของแต่ละศาสนา เหมือนกันหมดเลย

ก็คือ ทำจิตให้บริสุทธิ์ เพื่อที่จะเข้าใกล้ "ต้นกำเนิด"

แล้วไอ้ "ต้นกำเนิด" เนี่ยก็มีชื่อเรียกแตกต่างกัน

บ้างก็เรียกพระเจ้า บ้างก็เรียกนิพพาน บ้างก็เรียก อะไรนะ เออ นั่นแหละ แล้วแต่ แต่ความหมายมันก็คือสิ่งเดียวกัน เหมือนกับภาษาอะ พูดคนละแบบแต่ความหมายก็เหมือนกันใช่ปะล่ะ

ศาสนาก็แบบนั้นแหละ

เกิดที่ไหน ชื่อเรียก คำนาม พิธีกรรม อะไรต่อมิอะไรก็เลยต่างกัน เพราะได้รับอิทธิพลจากมนุษย์ (ง่าย ๆ ก็คือ "จินตนาการ") ซึ่งไอ้ตรงจินตนาการนี่แหละ ทำให้คนที่ไม่มีความ "เชื่อ" เลยมองว่าไร้สาระ เหมือนคนชอบเล่นกีฬาอย่างเดียวแต่ยี้ดนตรี ไม่เข้าใจดนตรีนั่นล่ะ เหมือน ๆ กัน ก็แหม "ต้นกำเนิด" เดียวกันไง จะให้มีตรรกะต่างกันได้ไง จริงมะ

ยามเมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยน สิ่งที่เรียกว่าศาสนา ถ้ามันถูกปล่อยปละละเลยและคล้อยตามผู้คนไปเรื่อย ๆ มันก็จะถูกแต่งแต้มด้วย "จินตนาการ" ของมนุษย์จนทำให้เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือจินตนาการ อันไหนคือตรรกศาสตร์

ศาสนาที่มีพิธีกรรมโดยมีเรื่องของศิลปะ (เอาง่าย ๆ ว่า "เรื่องทางโลก") มาเกี่ยวข้องเมื่อใด เมื่อนั้นแหละคือศาสนานั้นถูกบิดเบือนแล้ว จริงแท้แน่นอน

เพราะแก่นแท้ของทุกศาสนา ไม่มีอะไรเลยนอกจากทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับทุกสิ่งบนโลกเพื่อเข้าใกล้ "ต้นกำเนิด" เท่านั้น

แล้วทีนี้ จุดลงตัวของแต่ละศาสนาทั้ง ๆ ที่มันคือสิ่งเดียวกัน แต่ทำให้คนแตกแยก ทำให้เกิดนิกายต่าง ๆ ลัทธิต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะจุดประสงค์ต่างกันและไม่สามารถทำความเข้าใจกับ "จินตนาการ" ที่แฝงด้วย "หลักตรรกศาสตร์" ได้ นั่นทำให้เกิดความขัดแย้ง เหมือนการเมืองนะ ฝั่งเสรีนิยม กับอนุรักษ์นิยมไง ที่จริงมันก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันแหละ แค่ผลประโยชน์ (แง่ตรรกศาสตร์) ไม่ลงตัว และต่างฝ่ายต่างไม่ประนีประนอมกัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันมีจุดที่เข้ากันได้และเป็นหนึ่งเดียวกันได้อยู่ ตรงนั้นคือเกี่ยวข้องกับศาสนาละ

อันที่จริงศาสนามันคือนามธรรมนะ แต่มนุษย์ขี้เบื่อไงเลยไปเสริมนู่นแต่งนี่ให้มัน มันเลยกลายเป็นรูปธรรมซะงั้น บางคนแยกแยะไม่ออกเลยมองว่าไร้สาระไปแทน

ก็แค่เนี้ยแหละ จบ ๆ เข้าใจไม่ยาก แต่ทำความรู้จักยาก

Comments