[VSHRT] Julius&Lulurina 批判
เด็กชายเดินเข้าประตูห้องหนังสือด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน เขาหมุนไหล่หนึ่งครั้ง กระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะหนังสือที่ตั้งอยู่กลางห้อง จับ ๆ หมุน ๆ ลูกโลกดูเล่นสักพักก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“นี่ คิดว่าแม่จะพอใจไหม” เสียงนี้ช่างหวานนัก หยาดเยิ้มทว่ามั่นใจ ชวนให้ผู้ฟังลุ่มหลงยิ่ง
เด็กชายยังคงหมุนลูกโลกต่อ
“ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าการทดสอบครั้งนี้ของพวกเขามันดูออกง่ายมาก ที่ฉันไม่เข้าใจคือแม่จะให้พวกเราดูของที่มันแน่นอนอยู่แล้วแบบนี้ไปทำไม อ่านเอาในหนังสือก็ได้... ถ้าแกจะให้พวกเราฝึกการตัดสินใจ ฝึกภาวะผู้นำก็ว่าไปอย่าง แต่นี่อนุญาตแค่เฝ้ามอง.... เพื่ออะไรนะ คิดแล้วคิดอีกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี” เด็กชายตอบพร้อมทั้งหมุนลูกโลกนั้นต่อไป แรงบ้างแผ่วเบาบ้าง จนบางครั้งได้ยินเสียง ‘กลุก ๆ’ ออกมา ฟังดูน่าเฉาะก้อนกลมนี้ให้แตกแล้วดูว่าข้างในมีอะไร
“แล้วนายคิดว่ามันสนุกไหมล่ะ”
สีหน้าของเด็กชายปรากฏแววตาแสนสนุกสนาน
“สนุก.... มาก”
เขากล่าวต่อ
“ผมล่ะชอบยาย Q มากที่สุดเลย.... ผู้หญิงแบบนี้ล่ะ มองออกง่าย เธอคิดอะไร เธอรู้สึกอะไร อนาคตเธอจะเป็นคนแบบไหน อดีตเธอเจอสุขทุกข์แบบไหนมา... ผมเห็นหมด เธอเหมาะกับการมาเป็นมือเท้าของผมที่สุด”
เจ้าของเสียงหวานหัวเราะอย่างรู้ทัน กล่าวอย่างล้อเลียน
“แม่รู้อยู่แล้วหรือเปล่า ว่านายน่ะชอบแบบนี้ หึ ๆ แม่ไม่เคยทำให้ทุกอย่างมันง่าย... ได้ยินนายพูดแบบนี้ ฉันก็ชักจะตื่นเต้นแล้ว ว่านายจะเจอหายนะอะไรกับตัวเองผ่านยาย Q”
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ไลนา ผมไม่ยอมให้แม่รังแกผมง่าย ๆ อย่างนั้นหรอก”
“เด็กบ้า! อย่าพูดคำนั้นสิ”
เด็กชายยักไหล่อย่างไม่แยแส
“ไม่ใช่ชื่อจริงเสียหน่อย จะแคร์ไปทำไม”
เด็กสาวที่ถูกเรียกว่าไลนาหันไปจัดหนังสือเก่า ๆ ขาด ๆ บนชั้นวางต่อไป
“ทั้งนายและฉันต่างก็รู้จักความรักดี ทั้งข้อดีข้อเสียของมัน”
“รู้จักดีหรือเปล่านะ ว่ากันตามตรงเถอะ ฉันกับเธอเนี่ย ใกล้เคียงกับคนไร้หัวใจที่คนข้างนอกเขาเรียกกันมากกว่าคนไร้หัวใจที่พวกเรารู้จักกันอีกนะ” เด็กชายหัวเราะในลำคอ
“เรื่องเล่าที่แม่บอก.... นั่นสินะ พวกเราอาจจะแค่โชคดีที่ได้เห็นมันจริง ๆ”
“ทุกคนพึ่งความโชคดีทั้งนั้นล่ะ ไลนา”
“ไม่มีใคร ไม่มีวิญญาณดวงไหนสามารถเป็นพวกเราได้ ฉันไม่สามารถเป็นนายได้ และนายไม่สามารถเป็นฉันได้ กลับกันพวกเราก็ไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกของบรรดาจิตเหล่านั้นอย่างบริสุทธิ์ได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้พวกเราจะเป็นผู้รู้ แต่พวกเราก็เป็นเพียงแค่ดวงจิตดวงหนึ่ง ไม่สามารถก้าวข้ามมากไปกว่านี้ได้ ไม่สามารถยื่นมือไปไกลมากกว่านี้ได้ เท่าที่ผู้นั้นจะอนุญาตเท่านั้น และพวกเราต้องระวังตัวตลอดเวลา... ฉันต้องเตือนนาย ในขณะที่นายเองก็ต้องเตือนฉันเหมือนกัน พวกเราสามารถตกลงไปได้ตลอดเวลา.... เด็กโง่ พวกเรามันน่าสงสารจริง”
เด็กชายหัวเราะอีกครั้ง ครานี้เขาปล่อยให้แผ่นหลังของตัวเองนอนนาบกับพื้นโต๊ะ เอามือกุมหน้าท้อง หัวเราะอย่างจงใจเหยียดหยามความจำนนของตนที่มีให้แก่โชคชะตา
“ไลนา.... เธอนี่โง่กว่าฉันอีกนะ เกิดมาก่อนฉันแท้ ๆ”
แก้มของเด็กสาวค่อย ๆ แดงขึ้นมาด้วยความอับอาย
“ช่วยไม่ได้นี่! ขอโทษทีนะที่ฉันมีความสุขมากกว่านาย!! ไม่ได้เกิดมาแล้วถูกยัดเยียดหนังสือ ตัวอักษรยึกยือ สัญลักษณ์แข็งทื่อบ้าบอพวกนั้นลงในหัวตั้งแต่ยังไม่รู้ภาษาคนแบบนายนี่!”
เด็กชายยิ่งหัวเราะดังสนั่นกว่าเดิม ราวกับหมายจะเยาะเย้ยทั้งตนเองและพี่สาวไปพร้อมกัน
“เขาเรียกว่าอะไรนะ... วิทยาศาสตร์กับศาสนศาสตร์ ? ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ไลนา อย่างน้อยเธอก็มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าฉันนะ”
หลังจากเสียงหัวเราะค่อย ๆ เบาลง เด็กชายก็กลับเข้าสู่สภาพสีหน้าเฉยชาเช่นเดิม
“หลังจากที่ฉันตามแม่สาวจอมเห็นแก่ตัวนางนั้น ฉันก็ได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่บ่งบอกว่า การยึดมั่นถือมั่นกับตัวเองเกินไป ผลลัพธ์มันคือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว”
“หืม ยังไงล่ะ”
“นางสูญเสียความสุขที่ผู้อื่นรู้จักไปอย่างน่าเสียดาย”
“นางได้รับพลังหรือ”
“ใช่... นางได้รับพลัง แสนชืดชา เย็นยะเยียบ โดดเดี่ยว..... นางปฏิเสธแม้กระทั่งชายที่แสนอ่อนโยนผู้นั้น”
เด็กสาวตกใจ อนิจจา ปกหนังสือเก่าขาดเล่มนั้นในมือของเธอถึงกับสะดุ้งตามไปด้วย นางอุทานอย่างเผอเรอ
“ไม่จริงน่า!”
เด็กชายพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น
“จริง”
“.......”
“ฉัน... ฉัน ไม่เข้าใจ” น้ำเสียงของเด็กสาวแฝงความสับสนเล็กน้อยอย่างหาฟังได้ยาก
“เดี๋ยวเธอก็เข้าใจเอง ไลนา เดี๋ยวเธอก็เข้าใจ หญิงผู้นั้น เธอแข็งแกร่งเกินไป... เกินไปมาก กลับกัน ผู้ที่น่าสงสารมากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น ไม่ใช่ทั้งเธอ หรือแม้แต่ชายผู้นั้น แต่เป็นผู้อยู่ใต้ปกครองในอนาคตของเธอต่างหาก”
少年は疲れた様子で書斎の扉をくぐった。一度肩を回すと、部屋の中央にある机に飛び乗り、しばらく地球儀をくるくると回して遊び始めた。そのとき、一つの声が響く。
「ねぇ、母上は満足すると思う?」
その声は甘美でありながら自信に満ち、聞く者を引き込むようなものだった。
少年は地球儀を回し続けながら答えた。
「さぁね。でも、今回の彼らの試験なんて、すごく簡単に見えるよ。僕が理解できないのは、母上がこんな確実なことをわざわざ見せる理由だよ。本で読めば済む話じゃないか……もし僕たちに決断力やリーダーシップを鍛えるための試練なら納得するけど、ただ観察するだけを許すなんて、何のためなんだろう。何度考えても分からないよ。」
少年は地球儀を回し続け、ときには勢いよく、ときには緩やかに回した。その結果、「ガラガラ」という音が時折響き、まるでその球体を割って中を見たいという衝動を感じさせた。
「それで、君はそれを楽しいと思うのかい?」
少年の顔に楽しそうな輝きが浮かぶ。
「楽しい……すごくね。」
彼はさらに続けた。
「僕はQが一番好きだよ……ああいう女は分かりやすい。彼女が何を考え、何を感じ、未来どういう人間になるのか、過去にどんな喜びや苦しみを経験したのか、全部見える。彼女は僕の右腕として最高にふさわしい。」
甘い声の主はその発言に思わず笑い、からかうように言った。
「母上は知ってたんじゃない?君がこういうのが好きだってね。ふふ、母上はいつも簡単にはいかせてくれないからね。君がQを通じてどんな災難に遭うのか、私も少し楽しみだよ。」
「そんな簡単にはいかないさ、ライナ。僕は母上に簡単にいじめられるような男じゃない。」
「馬鹿!その言葉を口にしないでよ。」
少年は肩をすくめて無関心そうに言った。
「本名じゃないだろ。気にする必要なんてないさ。」
ライナと呼ばれた少女は振り返らずに古びた本を棚に並べ続けた。
「君も私も、愛をよく知っているわよ。その良い面も悪い面も。」
「よく知っている、ね。本当かな?正直言って、僕と君は外の人間が言う『心のない者』と同じか、それ以上に心がない存在なんじゃないか。」
少年は喉の奥で笑いを漏らした。
「母上の言う物語……確かにね、僕たちはその本質を目にする幸運を持っているだけなのかもね。」
「全員が幸運を頼りにしているわ、ライナ。」
「誰も、どんな魂も、私たちのようにはなれない。私たちは互いに入れ替わることもできないし、他の魂の純粋な感情を感じ取ることもできない。私たちは知識を持つ者であっても、ただの一つの魂に過ぎない。それ以上に進むことはできない。手を伸ばすにも限界がある。それは、許された範囲だけ。そして、常に注意を怠らないようにしなければならない……私は君に警告するし、君も私に警告する必要がある。私たちはいつでも堕ちる可能性がある……馬鹿な子。私たちって本当に哀れね。」
少年は再び笑い出した。今度は背中を机の上に倒し、腹を押さえながら運命への嘲笑を込めた笑いだった。
「ライナ……君の方が僕よりも馬鹿だね。僕より先に生まれてきたくせに。」
ライナと呼ばれた少女の頬は、徐々に羞恥心で赤く染まった。
「仕方ないでしょ!悪かったわね、私が君より幸せだったのは!君みたいに、言葉も知らないうちから本やら象形文字やらを頭に詰め込まれたわけじゃないもの!」
少年はさらに大声で笑い、彼自身と姉を同時に嘲笑うかのようだった。
「それが何だって言うんだ……科学と神学って?そんなのどうでもいいさ、ライナ。少なくとも君の方が僕より深い感情を持っているだろう。」
笑いが徐々に静まり、少年の顔は再び無表情に戻った。
「僕があの自己中心的な女を追っていて気付いたのは、自分に執着しすぎると、信じられないほど大きな犠牲を払う結果になるということだよ。」
「どういうこと?」
「彼女は、他の人々が知っているような幸福を、すべて失ってしまったんだ。」
「それで力を手に入れたの?」
「そう……力をね。でもその力は冷たく、孤独で、無味乾燥なものだった。そして彼女は、あの優しい男すら拒絶してしまった。」
ライナは驚き、その手に持っていた古びた本の表紙まで震えた。
「嘘でしょ!」
少年は確信を込めて頷いた。
「本当さ。」
「……」
「僕には……理解できない。」
ライナの声には、珍しく戸惑いが滲んでいた。
「そのうち分かるさ、ライナ。そのうち分かる。あの女は……強すぎたんだ、あまりにも強すぎた。反対に、最も哀れなのは彼女でもなく、あの男でもなく、彼女が将来支配することになる者たちだ。」
Comments
Post a Comment