[Wand of Fortune II FD] Salo-mon Epilogue
นี่คือคำแปลของบทส่งท้ายรูตของโซโลมอน พระเอกคนสุดท้ายของเกม Wand of Fortune อันเป็นผลงานแสนล้ำค่านั่นเองค่ะ ดิฉันรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่ง จึงนำมาแปลลงในบล็อกค่ะ
เรียนเชิญอ่านได้เลยค่ะ
❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁
ชะตากรรมเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง
ผมได้รู้แจ้ง หลังจากผ่านช่วงชีวิตอันแสนยาวนาน
หัวใจของผมนั้นว่างเปล่า
มันเป็นเช่นนั้นไปตั้งแต่เมื่อใด ผมเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ทว่า แม้แต่เจตนาหรือปณิธาน กระทั่งความปรารถนาในการมีชีวิตอยู่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ไม่เคยมีอยู่ในตัวผมตั้งแต่แรกแล้ว
มิมีผู้ใดถือกำเนิดด้วยความตั้งใจของตนเอง
แม้นมิได้ตั้งใจ ทว่าจุดจบต้องมาถึง
หากว่าเป็นเช่นนั้น ความปรารถนาย่อมไร้ความหมาย
ชะตาคือผู้กำหนดทุกสิ่ง
ไม่ว่ามนุษย์หรือเผ่าโบราณ สิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ตาม ไม่อาจต้านทานวัฏจักรซึ่งเรียกขานกันว่าโชคชะตาได้ เพราะว่าผมประจักษ์ด้วยตนเองมานับครั้งไม่ถ้วน
ในห้วงเวลาเช่นนั้น เธอได้ปรากฏตัวขึ้น
เป็นเด็กผู้หญิงที่รักการพยายามยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ ซึ่งตรงข้ามกับตัวผมอย่างสิ้นเชิง
เป็นการพบพาน "โดยแน่แท้" ที่โชคชะตานำพามาเพื่อให้ตัวผมผู้ซึ่งเป็น "ผู้ถูกฝากฝัง" ได้ตัดสินใจ
ความรู้สึกที่เธอมอบให้นั้น ช่างงดงาม
ช่างเศร้าใจกับตนเองที่ไม่สามารถโอบกอดความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ได้
ในช่วงชีวิตอันแสนสั้นของมนุษย์ พวกเขาเก็บงำความรู้สึกอันลึกล้ำไว้ นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราเผ่าโบราณไม่มีวันทำได้
ทว่า เธอกลับส่ายหน้าอย่างหนักแน่น เอ่ยว่า ไม่จริง มนุษย์และเผ่าโบราณไม่มีสิ่งใดต่างกันเลย
.........เอ่ยว่าตัวผมนั้นเพียงแต่ล้มเลิกที่จะปรารถนา เพียงแต่หลบหนีอยู่นั้นเอง
จากนั้นเธอจึงบอกว่า เธอรักผม
บอกว่าอยากอยู่กับผม
อยากให้ผมนั้นคิดว่าอยากอยู่ร่วมกับเธอ
เธอพยายามสื่อสิ่งนั้นด้วยการประทับริมฝีปากลงมา
ผมเพียงแต่มีชีวิตอยู่ตามวิถีแห่งโชคชะตา
ในฐานะของ "ผู้ถูกฝากฝัง" เพียงเท่านั้น
ตัวผมที่เป็นเช่นนั้น ไม่อาจกลับคำใด ๆ ได้
แจกแจงไปดังนี้นับครั้งไม่ถ้วน
เพราะไม่ว่าจะพูดให้ฟังอีกสักกี่ครั้ง ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยน
แต่เธอก็ยังคงไม่ยอมแพ้
ใช่ ไม่ว่าเมื่อใด เธอก็ยังคง "พยายาม"
ทั้งอนาคตที่คงอยู่ซึ่งเวทมนตร์
ทั้งอนาคตที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับผม.....
เธอต้องการทุกสิ่ง และได้ยื่นมือออกมา
........หวาดหวั่นเหลือเกิน
ผมสัมผัสได้ว่าความรู้สึกของเธอค่อย ๆ เต็มเติมให้กับผม
ทว่า แม้นจะปรารถนามากเพียงไร ก็มิอาจใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้
จักให้โอบอุ้มคำอธิษฐานที่ไม่มีวันเป็นจริง แล้วสูญสิ้นไปโดยคงความอาลัยไว้กระนั้นหรือ
ผมหวาดหวั่นเสียจนไม่อาจทนไหว
เธอยื่นมือออกมาแล้วกล่าวว่า "ไม่ต้องกลัว"
ผมอยากจะเชื่อ อยากจะเลือกจับมือนั้นไว้
มนตราแห่งกาลเวลาลดทอนอายุขัยของผมลง
ทั้งที่เป็นเช่นนั้น
เธอกลับสลายหายไปจากสายตา คงเหลือไว้เพียงคำว่า "ฉันจะรออยู่ในอนาคต"
อยากอยู่กับเธอเหลือเกิน
ทั้งที่ในที่สุดก็ได้ยอมรับสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ได้พบสิ่งที่อยากภาวนาแล้วแท้ ๆ
พริบตาเดียว เธอกลับหายลับไปเสียแล้ว
การจะได้พบลูลู่อีกครั้ง มีแต่ต้อง "พยายาม"
ตัวผมที่ถูกมิตรสหายผู้อาทรทั้งหลายผลักแผ่นหลังให้ ได้ตัดสินใจว่าจะ "พยายาม"
ตัดสินใจว่าจะคงอยู่ในวันคืนแสนยาวนานจนกว่าจะได้พบเธออีกครั้ง
ผมเองก็จะไม่ยอมแพ้เพื่อจะได้ให้เธอมีความพยายามต่อไป
ตัวผมที่สิ้นสุดหน้าที่ในฐานะ "ผู้ถูกฝากฝัง" เรียบร้อยแล้ว และควรจะเหลือเพียง...........
การรอความตายมาเยือน
ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกับเธอ มันช่างยาวนานเหลือเกิน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเสมอมาแท้ ๆ.....
เดียวดายจนไม่รู้จะทำอย่างไร มีแม้กระทั่งคืนที่ต้องหลั่งน้ำตา
อยากเจอเธอเหลือเกิน
อยากเห็นรอยยิ้มของเธอเหลือเกิน
อยากเห็น เวทมนตร์ของเธอ....
ความปรารถนาอันแรงกล้าได้เข้าควบคุมหัวใจของผม
สิ่งเพียงเท่านั้นได้ค้ำจุนร่างกายของผม
จากนั้น ปาฏิหาริย์ได้สรวลให้กับตัวผมที่ "พยายาม"
เธอโอบกอดและเติมเต็มหัวใจของผม
350 ปีต่อมา ณ เมืองลาทิวม์
ผมได้หวนกลับมาเจอเธออีกครา
การพยายามอย่างไม่หยุดยั้งและเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าจะได้เจอกับเธอนั้น มิได้สูญเปล่า
ผมกอดเธอให้สมกับส่วนที่อ้อมแขนในวันจากลามิได้โอบไว้
ความทรมาน ความอ้างว้างทั้งหมดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักระคนยินดี ผมรู้สึกรักเธอมากมาย
ไม่มีทางปล่อยเธอที่ในที่สุดก็ได้เจออีกต่อไปแล้ว
......ทว่า เวลาที่เหลืออยู่ของผม จะคงอยู่ต่อไปถึงเมื่อใดไม่อาจรู้ได้
อาจมีวันที่จำเป็นต้องทิ้งเธอไปก็เป็นได้
ลูลู่
แม้กระนั้น ผมก็จะ "พยายาม" ตราบจนวันสุดท้าย
แม้ว่าจะเป็นโชคชะตา
ผมก็จะ "พยายาม" ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
หากว่าเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ
ไม่ว่าเรื่องใดก็สามารถ "พยายาม" ได้
เพราะฉะนั้น ลูลู่ ยิ้มเถิดนะ
เพราะตอนนี้ผมอยากให้ความสำคัญกับความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันในยุคสมัยเดียวกันมากที่สุด
❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁
เรียนเชิญอ่านได้เลยค่ะ
❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁
ชะตากรรมเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง
ผมได้รู้แจ้ง หลังจากผ่านช่วงชีวิตอันแสนยาวนาน
หัวใจของผมนั้นว่างเปล่า
มันเป็นเช่นนั้นไปตั้งแต่เมื่อใด ผมเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ทว่า แม้แต่เจตนาหรือปณิธาน กระทั่งความปรารถนาในการมีชีวิตอยู่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ไม่เคยมีอยู่ในตัวผมตั้งแต่แรกแล้ว
มิมีผู้ใดถือกำเนิดด้วยความตั้งใจของตนเอง
แม้นมิได้ตั้งใจ ทว่าจุดจบต้องมาถึง
หากว่าเป็นเช่นนั้น ความปรารถนาย่อมไร้ความหมาย
ชะตาคือผู้กำหนดทุกสิ่ง
ไม่ว่ามนุษย์หรือเผ่าโบราณ สิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ตาม ไม่อาจต้านทานวัฏจักรซึ่งเรียกขานกันว่าโชคชะตาได้ เพราะว่าผมประจักษ์ด้วยตนเองมานับครั้งไม่ถ้วน
ในห้วงเวลาเช่นนั้น เธอได้ปรากฏตัวขึ้น
เป็นเด็กผู้หญิงที่รักการพยายามยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ ซึ่งตรงข้ามกับตัวผมอย่างสิ้นเชิง
เป็นการพบพาน "โดยแน่แท้" ที่โชคชะตานำพามาเพื่อให้ตัวผมผู้ซึ่งเป็น "ผู้ถูกฝากฝัง" ได้ตัดสินใจ
ความรู้สึกที่เธอมอบให้นั้น ช่างงดงาม
ช่างเศร้าใจกับตนเองที่ไม่สามารถโอบกอดความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ได้
ในช่วงชีวิตอันแสนสั้นของมนุษย์ พวกเขาเก็บงำความรู้สึกอันลึกล้ำไว้ นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราเผ่าโบราณไม่มีวันทำได้
ทว่า เธอกลับส่ายหน้าอย่างหนักแน่น เอ่ยว่า ไม่จริง มนุษย์และเผ่าโบราณไม่มีสิ่งใดต่างกันเลย
.........เอ่ยว่าตัวผมนั้นเพียงแต่ล้มเลิกที่จะปรารถนา เพียงแต่หลบหนีอยู่นั้นเอง
จากนั้นเธอจึงบอกว่า เธอรักผม
บอกว่าอยากอยู่กับผม
อยากให้ผมนั้นคิดว่าอยากอยู่ร่วมกับเธอ
เธอพยายามสื่อสิ่งนั้นด้วยการประทับริมฝีปากลงมา
ผมเพียงแต่มีชีวิตอยู่ตามวิถีแห่งโชคชะตา
ในฐานะของ "ผู้ถูกฝากฝัง" เพียงเท่านั้น
ตัวผมที่เป็นเช่นนั้น ไม่อาจกลับคำใด ๆ ได้
แจกแจงไปดังนี้นับครั้งไม่ถ้วน
เพราะไม่ว่าจะพูดให้ฟังอีกสักกี่ครั้ง ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยน
แต่เธอก็ยังคงไม่ยอมแพ้
ใช่ ไม่ว่าเมื่อใด เธอก็ยังคง "พยายาม"
ทั้งอนาคตที่คงอยู่ซึ่งเวทมนตร์
ทั้งอนาคตที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับผม.....
เธอต้องการทุกสิ่ง และได้ยื่นมือออกมา
........หวาดหวั่นเหลือเกิน
ผมสัมผัสได้ว่าความรู้สึกของเธอค่อย ๆ เต็มเติมให้กับผม
ทว่า แม้นจะปรารถนามากเพียงไร ก็มิอาจใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้
จักให้โอบอุ้มคำอธิษฐานที่ไม่มีวันเป็นจริง แล้วสูญสิ้นไปโดยคงความอาลัยไว้กระนั้นหรือ
ผมหวาดหวั่นเสียจนไม่อาจทนไหว
เธอยื่นมือออกมาแล้วกล่าวว่า "ไม่ต้องกลัว"
ผมอยากจะเชื่อ อยากจะเลือกจับมือนั้นไว้
มนตราแห่งกาลเวลาลดทอนอายุขัยของผมลง
ทั้งที่เป็นเช่นนั้น
เธอกลับสลายหายไปจากสายตา คงเหลือไว้เพียงคำว่า "ฉันจะรออยู่ในอนาคต"
อยากอยู่กับเธอเหลือเกิน
ทั้งที่ในที่สุดก็ได้ยอมรับสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ได้พบสิ่งที่อยากภาวนาแล้วแท้ ๆ
พริบตาเดียว เธอกลับหายลับไปเสียแล้ว
การจะได้พบลูลู่อีกครั้ง มีแต่ต้อง "พยายาม"
ตัวผมที่ถูกมิตรสหายผู้อาทรทั้งหลายผลักแผ่นหลังให้ ได้ตัดสินใจว่าจะ "พยายาม"
ตัดสินใจว่าจะคงอยู่ในวันคืนแสนยาวนานจนกว่าจะได้พบเธออีกครั้ง
ผมเองก็จะไม่ยอมแพ้เพื่อจะได้ให้เธอมีความพยายามต่อไป
ตัวผมที่สิ้นสุดหน้าที่ในฐานะ "ผู้ถูกฝากฝัง" เรียบร้อยแล้ว และควรจะเหลือเพียง...........
การรอความตายมาเยือน
ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกับเธอ มันช่างยาวนานเหลือเกิน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเสมอมาแท้ ๆ.....
เดียวดายจนไม่รู้จะทำอย่างไร มีแม้กระทั่งคืนที่ต้องหลั่งน้ำตา
อยากเจอเธอเหลือเกิน
อยากเห็นรอยยิ้มของเธอเหลือเกิน
อยากเห็น เวทมนตร์ของเธอ....
ความปรารถนาอันแรงกล้าได้เข้าควบคุมหัวใจของผม
สิ่งเพียงเท่านั้นได้ค้ำจุนร่างกายของผม
จากนั้น ปาฏิหาริย์ได้สรวลให้กับตัวผมที่ "พยายาม"
เธอโอบกอดและเติมเต็มหัวใจของผม
350 ปีต่อมา ณ เมืองลาทิวม์
ผมได้หวนกลับมาเจอเธออีกครา
การพยายามอย่างไม่หยุดยั้งและเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าจะได้เจอกับเธอนั้น มิได้สูญเปล่า
ผมกอดเธอให้สมกับส่วนที่อ้อมแขนในวันจากลามิได้โอบไว้
ความทรมาน ความอ้างว้างทั้งหมดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักระคนยินดี ผมรู้สึกรักเธอมากมาย
ไม่มีทางปล่อยเธอที่ในที่สุดก็ได้เจออีกต่อไปแล้ว
......ทว่า เวลาที่เหลืออยู่ของผม จะคงอยู่ต่อไปถึงเมื่อใดไม่อาจรู้ได้
อาจมีวันที่จำเป็นต้องทิ้งเธอไปก็เป็นได้
ลูลู่
แม้กระนั้น ผมก็จะ "พยายาม" ตราบจนวันสุดท้าย
แม้ว่าจะเป็นโชคชะตา
ผมก็จะ "พยายาม" ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
หากว่าเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ
ไม่ว่าเรื่องใดก็สามารถ "พยายาม" ได้
เพราะฉะนั้น ลูลู่ ยิ้มเถิดนะ
เพราะตอนนี้ผมอยากให้ความสำคัญกับความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันในยุคสมัยเดียวกันมากที่สุด
❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁❀❁
Comments
Post a Comment