[Soulmate Sonata] หวนคิดถึงความหลังเมื่อครั้งที่เรานั้นยังเป็นคนแปลกหน้า
ยามนั้น เขาเป็นประธานบริษัทหนุ่มผู้มีอนาคตมั่นคง และฟรังกาก็ไม่เคยคิดอันใดกับเขามากไปกว่าคำว่าคนรู้จัก เพราะเธอได้ยินมาอย่างไม่ตั้งใจว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเองก็เคยบังเอิญเห็นหญิงสาวผู้ดี เรียบร้อยงามสง่าตั้งหัวหัวจรดเท้า เป็นบุคลิกในแบบที่เธอประทับใจและหลงใหลเสมอมาคนหนึ่งมาที่บริษัท สอบถามเธอว่าท่านประธานนั้นอยู่ที่ใดด้วยรอยยิ้มหวาน เป็นเธอเสียอีกที่เผลอใจชอบหญิงสาวผู้นี้และอยากคบหาเป็นสหายด้วย ทว่าเธอก็รู้ตัวดีว่าสังคมของเธอนั้นมิใช่ผู้ดีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่เกิดมาอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าบรรดาเพื่อนหญิงของฟรังกานั้นเต็มไปด้วยบุคคลพิเศษ ทว่าทุกคนต่างก็เป็นสามัญชนธรรมดาที่มีความสามารถ ไม่ได้มีชาติตระกูลสูงส่งอะไร ใช่ว่าฟรังกาจะไม่เคยรู้จักผู้ดีตัวจริงเสียงจริง แต่คนที่มีความคิดนักปฏิวัติอย่างเธอไม่ใคร่จะพอใจนักหากจะคบหาคนเหล่านั้นอย่างสนิทใจ เอาเถิด ทั้งหมดนี้เธออาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่แล้วมันจะอย่างไร ? ในเมื่อเรื่องเหล่านี้มันไม่เกี่ยวกับเธอ เธอจะจินตนาการเพื่อความบันเทิงเพียงใดก็ย่อมได้
แน่นอนว่าบรรดาเพื่อนหญิงของฟรังกานั้นเต็มไปด้วยบุคคลพิเศษ ทว่าทุกคนต่างก็เป็นสามัญชนธรรมดาที่มีความสามารถ ไม่ได้มีชาติตระกูลสูงส่งอะไร ใช่ว่าฟรังกาจะไม่เคยรู้จักผู้ดีตัวจริงเสียงจริง แต่คนที่มีความคิดนักปฏิวัติอย่างเธอไม่ใคร่จะพอใจนักหากจะคบหาคนเหล่านั้นอย่างสนิทใจ เอาเถิด ทั้งหมดนี้เธออาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่แล้วมันจะอย่างไร ? ในเมื่อเรื่องเหล่านี้มันไม่เกี่ยวกับเธอ เธอจะจินตนาการเพื่อความบันเทิงเพียงใดก็ย่อมได้
ใช่... คนอย่างฟรังกา ไม่มีทางได้คนที่ไม่ใช่นักปฏิวัติเช่นเดียวกับเธอมาอยู่ในอาณาจักรของเธอหรอก
สำหรับตัวท่านประธานเองนั้น เธอคิดว่าเขาก็เป็นคนที่มีรสนิยมดี เพราะเคยมีโอกาสได้คุยเรื่องดนตรีคลาสสิกและศิลปะกับเขาอยู่ รสนิยมของเขานั้นคล้ายคลึงกับเธอมาก ครั้งที่ได้คุยก็รู้สึกราวกับได้เจอเพื่อนที่เข้าใจถึงจิตวิญญาณของศิลปะในแบบของตนเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ก็นั่นล่ะ ถึงแม้ว่าจะมีความชอบเหมือนกันมากสักเท่าไรแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะอนุญาตให้เข้ามาในอาณาจักรของเธอเสมอไป
กล่าวไปแล้ว เมื่อนึกถึงหญิงสาวผู้นั้น เธอช่างราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย งดงาม อ่อนช้อย ทุกกิริยาของเธอช่างน่ามองชวนให้เคลิ้มฝันเป็นอย่างยิ่ง ฟรังกาถอนหายใจ
.....
"ฉันไม่ชอบผู้หญิงกลวง ๆ แบบนั้น" เขาพูด
"ผู้หญิงกลวง ๆ ?" ฟรังกาทวนคำ ในใจมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งทุกอย่าง ที่แท้ผู้ชายคนนี้... ไม่ธรรมดาเลย เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะเลือกคู่ชีวิตจากความสวย ความรวย ชาติตระกูล ไม่ทั้งนั้น
ผู้หญิงคนนั้นช่างน่าสงสาร และช่างโชคดีเหลือเกินที่ยังไม่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้
เขาถอนหายใจ กุมขมับแล้วพูดขึ้นมาว่า "ลูกผู้ดี คาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด มากความสามารถทั้งการเรียนและดนตรี แต่งตัวเป็น ไม่มีอะไรให้ต้องติ เก็บซ่อนความรู้สึกได้อย่างดีเยี่ยม รอยยิ้มประดับใบหน้าตลอดเวลา....... ผู้หญิงที่มีแต่เปลือกแบบนั้น ฉันไม่อยากได้"
".........." ท่านประธาน คุณพูดประโยคพวกนั้นเพื่ออะไรน่ะ ฉันรู้ ฉันเข้าใจคุณนะ..... เพื่อนฉันก็ไม่มีแบบนี้สักคนเหมือนกันทั้ง ๆ ที่คนอย่างฉันสามารถมีได้อย่างไม่ยากเย็นเลย
ฉันอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้เพราะผู้ชายตรงหน้านี้ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "เพื่อน" ของฉัน ถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะมีโอกาสได้คุยและปรึกษาเรื่องที่มีคุณประโยชน์ต่าง ๆ มากมายหลายครั้งก็ตาม แน่นอนว่าฉันชอบเขา (ในแบบเพื่อน) แต่ด้วยเงื่อนไขทางสังคมทำให้ฉันยังไม่สามารถเปิดใจเป็นเพื่อนกับเขาได้
"คุณน่ะ" ฉันตั้งใจฟัง รอดูว่าเขาจะพูดอะไร
"คุณอาจจะยังไม่รู้ ว่าผมก็เป็นคนของโลกฝั่งนั้น เหมือนกันกับคุณ"
หัวใจฟรังกากระตุกวูบ เธอรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย กระบวนการก่อกวนทางจิตนั้นเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น ใบหน้าของเธอจึงยังสงบนิ่งดังเดิมราวกับเธอไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาหนึ่งครั้ง หันหน้าไปทางท้องฟ้า จากนั้นเปล่งประโยคบางอย่างขึ้นมาด้วยท่วงทำนองและจังหวะที่แสนคุ้นเคย นั่นยิ่งทำให้ฟรังกายิ่งรู้สึกประหนึ่งวิญญาณกำลังจะออกจากร่าง เธอไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนี้มานานมาก ๆ แล้ว......
เธอถูกเล่นงานโดยคนคนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
"......." ฟรังกาไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เธอคงกรี๊ดอย่างดีใจและยอมรับเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนล่าสุดไปแล้ว น่าเสียดายที่เขาคนนี้ไม่ใช่
"ผมต้องขออภัยจริง ๆ ที่ต้องทำให้คุณสับสน แต่ผมที่เปิดเผยมากไม่ได้เพราะมันจะกระทบกับการงาน" เขายิ้มอย่างจนใจ อันที่จริง ความเป็นจริงแล้วการเปิดเผยว่าเป็นคนของโลกฝั่งนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ด้วยความที่เขายืนอยู่ในวงการที่โหดร้าย มันจึงเป็นไพ่ที่เขาจำเป็นต้องเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น
"เปล่าค่ะ เอ่อ......" ฟรังกาก็ยังค้นหาคำพูดของตนเองไม่พบ เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเวลานี้ควรจะพูดความคิดไหนของเธอออกมาดี
ชายหนุ่มสบตาเธอในระยะห่างห้าก้าวนั้น ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำซุกซ่อนสารพัดความซับซ้อน เปล่งประกายแห่งความรู้และปัญญาออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ผมรู้
ว่าคุณไม่ใช่แค่คนที่เรียนจบปรัชญามาแล้วจบแค่นั้น
คุณไม่ใช่.........
ผมรู้
ว่าคุณ "เป็น" มากกว่านั้น" เขาพูดทุกคำอย่างแช่มช้า ชัดเจน หนักแน่น ราวกับทำเพื่อสลักมันลงไปในความทรงจำของเธอ ราวกับเป็นศิลปินชั้นครูที่ตั้งใจรังสรรค์ผลงานศิลปะชั้นยอด
ทุกคำพูด ทุกพยางค์ของเขา มันช่างทิ่มแทงหัวใจเธอเหลือเกิน ทว่ามันกลับไม่ใช่เข็มที่ทำร้ายเธอหรือค้อนที่ทุบลงไปเพื่อให้หัวใจของเธอเจ็บปวดอย่างที่คนในอดีตที่ผ่านมาทุกคนของเธอฝากรอยแผลเอาไว้ มีเพียงคนนี้ที่ต่างออกไป มันทิ่มแล้วก่อให้เกิดเป็นวงสีสัน ราวกับหยดสีน้ำที่ถูกหยดลงไปบนกระดาษชุ่ม มันเปิดสมองของเธอออก เธอมีความรู้สึกเหมือนจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความคิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอเห็นภาพเกลียวก้นหอยวงหนึ่ง และเกลียวก้นหอยวงนี้ มีเขายืนอยู่ในจุดที่ลึกที่สุด
"............" เธอเข้าใจแล้ว เธอมองออกทุกอย่างแล้ว เวลานี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเสแสร้งใด ๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไป
เขาคือคนที่เธอตามหา
เขาคนนี้ล่ะ ที่เป็นคนที่เธอเฝ้าคะนึง เฝ้าถวิลหามาตลอดชีวิต
เธอ.... สามารถหวังได้ไหม
เธอ........ สามารถมีความหวังอีกครั้งได้หรือไม่
เธอสามารถแน่ใจได้หรือไม่......... ว่าคนคนนี้ จะไม่ใช่คนที่พระเจ้าส่งมาเพื่อฆ่าเธออีก
คนคนนี้จะสามารถโค่นปิศาจแห่งความเศร้า ถมดินลงไปในหลุมดำซึ่งเป็นแผลที่ลึกที่สุดที่ไม่มีวันสลายไปจากวิญญาณของเธอได้หรือไม่
เธอไม่รู้ เธอไม่ควรถามตัวเอง
ฟรังกาลุกขึ้น
"คุณมาบอกฉันเพื่ออะไร" เธอถามคำถามโง่ ๆ เพื่อดูว่าเขาจะรับมืออย่างไรกับคำถามที่ไม่มีแก่นสารอะไรเลยของเธอนี้
ชายหนุ่มหลับตาลง รอยยิ้มละไมแสนสบายกระจายไปทั่วใบหน้า
"เป็นคำถามที่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถตอบได้ ขออภัย ผมเป็นมนุษย์ เช่นเดียวกับคุณ ผมไม่รู้"
อา....... คนผู้นี้ช่าง........
Comments
Post a Comment