Aika's Dream
นี่คือนิยายที่เขียนไว้เมื่อปี 2553 ค่ะ แน่นอนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเซวีน่า เหมือนกันเพียบขนาดนี้ (หัวเราะ) อย่าถือสาเด็กน้อยเลยนะคะ แค่ย้ายที่เก็บมาไว้ตรงนี้หน่อย
สาวน้อยคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮิคาริ ไอกะ ที่เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยผมสีครามราวกับท้องฟ้า กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องต่าง ๆ นานาที่เธอเจอมาในวันนี้ เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะว่าในตอนเย็นก่อนกลับบ้านของวันนี้นั้น เธอก็ไปห้องสมุดของโรงเรียนเหมือนเดิมที่ทำเหมือนทุก ๆ วัน แต่ว่าวันนี้ วรรณกรรมที่เธอซ่อนเอาไว้ที่ลับของห้องสมุดนั้น ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และมีหนังสือที่ดูเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งตั้งเอาไว้แทน ทำให้ไอกะสงสัยมาก จึงหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู
หนังสือเล่มนั้นเขียนด้วยภาษาที่ไอกะอ่านไม่ออก เพียงแต่มันคล้าย ๆ กับตัวอักษรอัลฟาเบต มันถูกเขียนด้วยลายมือที่ไอกะคิดว่ามนุษย์บนโลกนี้คงจะทำไม่ได้แน่ ๆ เพราะมันสวยเหมือนกับ ... ลายมือของนางฟ้าอย่างไรอย่างนั้น แล้วพอเธอเข้าใกล้หนังสือเล่มนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนกับมีพลังอะไรบางอย่าง ที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่เธอก็ตั้งหนังสือเล่มนั้นไว้ก่อน แล้วจึงพยายามหาวรรณกรรมที่เธออ่านค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไอกะหาเท่าไรก็ไม่พบวรรณกรรมเล่มนั้น จึงไปหาหนังสือวรรณกรรมเล่มอื่นมาอ่านแทน เมื่ออ่านจนพอใจแล้ว ก็นึกถึงเรื่องหนังสือเล่มเก่าเล่มนั้นขึ้นมา แล้วจึงเดินกลับไปยังที่ที่หนังสือเล่มนั้นอยู่ ไอกะจึงคิดที่จะลองเปิดหนังสือเล่มนั้นดู แต่ก็เปิดไม่ออก ด้วยความสงสัยเป็นอันมาก ไอกะจึงตัดสินใจยืมหนังสือเล่มนั้นกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ไอกะก็ลองเปิดหนังสือเล่มนั้นดู ก็เปิดไม่ออกอีกตามเคย จึงนำหนังสือเล่มนั้นตั้งไว้บนโต๊ะของตนเอง แล้วก็ทำกิจวัตรประจำวันเหมือนกับที่ทำอยู่ทุก ๆ วัน ..
"ไอกะ! นอนได้แล้วนะ!" เสียงหนึ่งทำให้ไอกะหลุดออกจากภวังค์ เอโกะ พี่สาวของเธอนั่นเอง...
เอโกะนั้นเป็นพี่สาวคนโตที่เข้มงวดมาก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ไอกะนั้นเบื่อหน่ายพี่สาวคนนี้เช่นกัน แต่ถึงว่าแม้เธอจะเข้มงวดแต่ว่าก็เป็นพี่สาวที่ดีนะ ไอกะคิดเช่นนั้น..
ปึง ๆ ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้ไอกะตอบกลับพี่สาวของเธอว่า "ค่ะ"
เพียงเท่านั้นเสียงเคาะประตูก็เงียบไป... แล้วไอกะก็ดับเทียนแล้วจึงเข้านอน ....
... เสียงเสียดสีกันของผ้าห่มดังขึ้นเป็นระยะ ๆ หญิงสาวนอนไม่หลับเลย... เพราะยังเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องหนังสือเล่มนั้น ไอกะคิดว่ามันจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรือเปล่า... เมื่อทนไม่ไหว ไอกะจึงตั้งใจจะลุกจากเตียงเดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้น...
'อีกแล้ว... ฉันรู้สึกได้เมื่อฉันเดินเข้าหาหนังสือเล่มนั้น.. ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนกับว่าฉันมีเวทมนตร์อยู่จริง ๆ'
เมื่อเธอแตะหนังสือเล่มนั้นเข้า..วูบ! สติของไอกะหลุดลอยไปทันทีเมื่อได้แตะเข้ากับหนังสือเล่มนั้น...
ไอกะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น 'เอ เมื่อกี้พอเราแตะหนังสือเล่มนั้นแล้ว...' "นี่เคียวจัง มีใครนอนสลบอยู่ตรงนั้นแน่ะ!" เสียงเล็กแหลมที่ดูเหมือนเด็กดังขึ้นจากข้างในกระท่อมเล็ก ๆ ที่ดูน่าอบอุ่นหลังหนึ่ง
"จริงหรือฮิเมะ อ้าว มีนักท่องเที่ยวมาอีกท่านหนึ่งแล้วล่ะ" คนที่ถูกเรียกว่า 'เคียวจัง' พูดขึ้น
'อีกคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ?' ไอกะคิดในใจ
เคียวโกะยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดขึ้นว่า
"ใช่จ้ะ อีกคนหนึ่ง ฮิเมะ ในเมื่อมีนักเดินทางมาถึงแล้ว ก็ไปซื้อของกันเถอะ"
"ค่าา...." ฮิเมะยกมือขึ้นพร้อมกับเสียงตอบรับอย่างสดใส
เคียวโกะจึงหันมาที่ไอกะแล้วพูดว่า
"คุณเองจะไปด้วยก็ได้นะคะ"
"ค่ะ" ไอกะตอบสั้น ๆ เพราะปกติไอกะก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะจ้ะ การที่จะเข้าไปในเมืองจำเป็นต้องข้ามภูเขานะคะ พอไหวไหมคะ" เคียวโกะถามอย่างเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอดีบ้านอยู่แถบภูเขาก็เลยไปเดินเล่นที่ภูเขาบ่อย ๆ น่ะค่ะ"
"เย้ ๆ ไปซื้อของ ๆ" ฮิเมะร้องไปก็กระโดดไปด้วย
เมื่อถึงหมู่บ้านแล้ว ไอกะจึงสังเกตสถาปัตยกรรมของที่เมืองนี้ มันเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลางแบบประณีตมาก ไอกะที่กำลังชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่ไม่เคยได้เห็น เพราะว่าคฤหาสน์ของเธอนั้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีก-โรมันน่ะสิ เมื่อชมจนพอใจแล้วจึงถามเคียวโกะว่า
"คุณ..เคียวโกะคะ เรามาซื้ออะไรที่นี่เหรอคะ" เมื่อเคียวโกะไม่ตอบฮิเมะจึงตอบแทนว่า
"มาซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารอย่างไรล่ะ เคียวจังน่ะทำอาหารเก่งมาก ๆ เลยน้า อ้อจริงสิ!" ฮิเมะปรบมือดังแปะแล้วพูดว่า
"เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนี่นา ฉันชื่อว่า ทานะโมเนะ ฮิเมกะจ้า เรียกว่าฮิเมะจังก็ได้นะ!"
"โซโยริ เคียวโกะจ้ะ เรียกเคียวโกะเฉย ๆ ก็ได้จ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เคียวโกะพูดต่อหลังจากฮิเมะพูดจบ
"เช่นกันค่ะ ฮิคาริ ไอกะค่ะ ฝากตัวนะคะ" ไอกะพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"เธอคงจะสงสัยสินะจ๊ะ ว่าที่นี่คือที่ไหน?" ไอกะพยักหน้า เคียวโกะจึงเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง
"ที่นี่คือ เวโรนิก้า ซึ่งเป็นชื่อของโลกใบนี้ ความหมายของมันคือภาพลักษณ์ที่แท้จริง ซึ่งหมายความว่า ตัวเราเองในโลกใบนี้นั้น จะเผยความสามารถและตัวตนที่แท้จริงทุกอย่างออกมา หรือพูดสั้น ๆ ว่า จะไม่มีการหลอกลวงใด ๆ เป็นอันขาด ทั้งกาย ใจ และบุคลิกภาพ" เมื่อไอกะทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ ฮิเมะจึงขยายความว่า
"ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเคียวจังในโลกคู่ขนานเป็นคนที่เย็นชาและชอบเสแสร้งรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อให้คนอื่นมองว่าตนเป็นคนที่เกลียดสังคม แต่ในใจลึก ๆ ของเคียวจังนั้นเป็นคนที่อ่อนโยนและต้องการความเงียบสงบ เมื่อมาอยู่ในโลกนี้ตัวตนที่แท้จริงของเคียวจังจึงเป็นแบบที่อ่อนโยนอย่างไรล่ะ" และเคียวโกะก็ตอบคำถามในใจของไอกะที่สงสัยมาตลอดตั้งแต่เจอกันว่า
"ส่วนที่ฉันเรียกไอกะจังว่านักเดินทางนั้น เพราะว่า.. 2% ของที่นี่นั้นเป็นมนุษย์ที่ต่างก็ผ่านโลกคู่ขนานมาจากหนังสือลึกลับเล่มนั้นล่ะจ้ะ" เพียงเท่านั้นไอกะจึงเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว แต่เธอก็ยังสงสัยอีกเรื่องหนึ่ง
"แล้วพวกคุณพูดภาษาของฉันได้อย่างไรคะ? หรือว่าที่โลกนี้จะไม่มีภาษาเป็นของตนเอง?" เมื่อได้ยินดังนั้นฮิเมะจึงหัวเราะฮิฮิแล้วเคียวโกะจึงตอบว่า
"ที่นี่เองก็มีภาษาของโลกนี้เหมือนกันจ้ะ แต่ว่าพวกเรานั้น...เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน พวกเราเองก็เคยอยู่ที่โลกคู่ขนาน.. ไม่สิ ที่นั่นเหมือนกันจ้ะ เพราะอย่างนี้พวกเราจึงพูดภาษาของไอกะจังเพื่อให้ไอกะจังเข้าใจอย่างไรล่ะจ๊ะ"
"แล้ว.. เอ่อ ที่นี่ใช้เวทมนตร์ได้ไหมคะ?" ไอกะถามถึงสิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดหลายปี
"ได้จ้ะ ตัวอย่างเช่น" เคียวโกะชี้ไปที่ซุ้มขายผัก ซึ่งปกติที่พ่อค้าจะยกผักไปวางที่แท่น แต่ที่นี่ไม่ใช่ ไอกะเห็นว่าผักที่เป็นกำ ๆ นั้น ลอยขึ้นจากกล่องกระดาษแล้วไปอยู่บนแท่นเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ มันทำให้ไอกะประหลาดใจมาก
"ทุกคนที่นี่ทำแบบนี้กันได้ทุกคนเลยอย่างนั้นหรือคะ" ไอกะถามด้วยความสงสัย
"ไม่ทุกคนหรอกจ้ะ เพราะว่าแต่ละคนนั้นก็จะมีความสามารถในการใช้เวทแตกต่างกัน ซึ่งจะมีถึงระดับที่ 5 ระดับที่ 1 คือเรียกเวทออกมาได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ อืม ก็ประมาณ 1-10 วินาทีละมังคะ ระดับ 2 คือ สามารถที่จะใช้เวทเพื่อยกสิ่งของได้หรือว่ากระทำการใด ๆ ที่ไม่ใช่การต่อสู้น่ะจ้ะ"
"ไม่สามารถต่อสู้ได้หรือคะ"
"จ้ะ เพราะว่าสามารถเรียกเวทได้เพียง 1-10 วินาทีเองนี่นา เอาล่ะ ต่อเลยนะ ระดับที่ 3 คือระดับกลางที่สามารถใช้เวทแห่งธาตุเพื่อต่อสู้ได้แล้วค่ะ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีธาตุที่ตัวเองถนัด หรือเรียกว่าธาตุประจำตัวอย่างที่รู้กันอยู่... ไอกะจังรู้เรื่องนี้ไหมจ๊ะ"
"ค่ะ" ไอกะตอบ
"ซึ่งธาตุทั้งหมดนั้นในโลกแห่งนี้จะมีอยู่ 8 ธาตุด้วยกันจ้ะ น้ำ ไฟ แสง มืด ลม ดิน ทอง และไม้จ้ะ แต่ว่าถ้ารวมจริง ๆ แล้วละก็.. คงจะเป็น 9 ธาตุ... ซึ่งจะมีธาตุไร้ธาตุอยู่ด้วย.... ระดับที่ 4 นั้นจะเป็นระดับที่สามารถใช้เวทชั้นสูงที่ระดับที่ต่ำกว่านั้นทำไม่ได้จ้ะ อืม เช่น..สามารถเปิดคัมภีร์มหาเวท ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่รวมเวททุกธาตุที่มีอานุภาพการทำลายล้างรุนแรง.. ระดับที่ 5 นั้น..."
"เบลดันดี! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"
เด็กผู้มีผมสีทองอร่ามคนหนึ่งวิ่งตัดหน้าพวกเธอไป ไอกะคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ เมื่อโตขึ้นต้องสวยมากแน่ ๆ..
"เบลดันดี..."จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงผมสีทองอร่ามที่ถูดดัดเป็นลอนยาวประมาณศอกโผล่มาต่อหน้าพวกไอกะ ไอกะคิดว่าสองคนนี้จะต้องเป็นพี่น้องกันแน่ ๆ เลย เพราะว่าสีผมและหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้
เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันมาพบกับพวกไอกะ จึงขอความช่วยเหลือว่า
"ท่านโซโยริคะ กรุณาช่วยด้วยค่ะ! น้องสาวของดิฉันหนีออกจากบ้านค่ะ! ช่วยไปตามเธอให้หน่อยนะคะ! ขอร้องล่ะค่ะ!"
"เอาล่ะ พราเซีย ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกันหาน้องสาวของเธอ แต่ตอนนี้น่ะ..." ไอกะเห็นว่าผู้หญิงผมสีทองที่ชื่อพราเซียคนนั้นมองมาทางเธอด้วยสายตาที่ปนเปไปด้วยความประหลาดใจ ตกใจ ดีใจ ปนมั่วไปหมด ไอกะเองก็ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวดีใจเรื่องอะไร เพราะในเวลาแบบนี้มันไม่ควรที่จะดีใจเลยสักนิดนี่นา
อีกด้านหนึ่ง พราเซียกระซิบกับเคียวโกะว่า
"ท่านโซโยริคะ เด็กคนนั้น หรือว่า....."
เคียวโกะพยักหน้า แล้วพูดว่า
"ใช่.. อีกไม่นานแล้ว อีกไม่นาน พราเซีย นักเวทระดับ 7 ในตำนานผู้นั้น อีกไม่นาน..."
สาวน้อยคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮิคาริ ไอกะ ที่เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยผมสีครามราวกับท้องฟ้า กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องต่าง ๆ นานาที่เธอเจอมาในวันนี้ เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะว่าในตอนเย็นก่อนกลับบ้านของวันนี้นั้น เธอก็ไปห้องสมุดของโรงเรียนเหมือนเดิมที่ทำเหมือนทุก ๆ วัน แต่ว่าวันนี้ วรรณกรรมที่เธอซ่อนเอาไว้ที่ลับของห้องสมุดนั้น ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และมีหนังสือที่ดูเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งตั้งเอาไว้แทน ทำให้ไอกะสงสัยมาก จึงหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู
หนังสือเล่มนั้นเขียนด้วยภาษาที่ไอกะอ่านไม่ออก เพียงแต่มันคล้าย ๆ กับตัวอักษรอัลฟาเบต มันถูกเขียนด้วยลายมือที่ไอกะคิดว่ามนุษย์บนโลกนี้คงจะทำไม่ได้แน่ ๆ เพราะมันสวยเหมือนกับ ... ลายมือของนางฟ้าอย่างไรอย่างนั้น แล้วพอเธอเข้าใกล้หนังสือเล่มนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนกับมีพลังอะไรบางอย่าง ที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่เธอก็ตั้งหนังสือเล่มนั้นไว้ก่อน แล้วจึงพยายามหาวรรณกรรมที่เธออ่านค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไอกะหาเท่าไรก็ไม่พบวรรณกรรมเล่มนั้น จึงไปหาหนังสือวรรณกรรมเล่มอื่นมาอ่านแทน เมื่ออ่านจนพอใจแล้ว ก็นึกถึงเรื่องหนังสือเล่มเก่าเล่มนั้นขึ้นมา แล้วจึงเดินกลับไปยังที่ที่หนังสือเล่มนั้นอยู่ ไอกะจึงคิดที่จะลองเปิดหนังสือเล่มนั้นดู แต่ก็เปิดไม่ออก ด้วยความสงสัยเป็นอันมาก ไอกะจึงตัดสินใจยืมหนังสือเล่มนั้นกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ไอกะก็ลองเปิดหนังสือเล่มนั้นดู ก็เปิดไม่ออกอีกตามเคย จึงนำหนังสือเล่มนั้นตั้งไว้บนโต๊ะของตนเอง แล้วก็ทำกิจวัตรประจำวันเหมือนกับที่ทำอยู่ทุก ๆ วัน ..
"ไอกะ! นอนได้แล้วนะ!" เสียงหนึ่งทำให้ไอกะหลุดออกจากภวังค์ เอโกะ พี่สาวของเธอนั่นเอง...
เอโกะนั้นเป็นพี่สาวคนโตที่เข้มงวดมาก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ไอกะนั้นเบื่อหน่ายพี่สาวคนนี้เช่นกัน แต่ถึงว่าแม้เธอจะเข้มงวดแต่ว่าก็เป็นพี่สาวที่ดีนะ ไอกะคิดเช่นนั้น..
ปึง ๆ ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้ไอกะตอบกลับพี่สาวของเธอว่า "ค่ะ"
เพียงเท่านั้นเสียงเคาะประตูก็เงียบไป... แล้วไอกะก็ดับเทียนแล้วจึงเข้านอน ....
... เสียงเสียดสีกันของผ้าห่มดังขึ้นเป็นระยะ ๆ หญิงสาวนอนไม่หลับเลย... เพราะยังเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องหนังสือเล่มนั้น ไอกะคิดว่ามันจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรือเปล่า... เมื่อทนไม่ไหว ไอกะจึงตั้งใจจะลุกจากเตียงเดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้น...
'อีกแล้ว... ฉันรู้สึกได้เมื่อฉันเดินเข้าหาหนังสือเล่มนั้น.. ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนกับว่าฉันมีเวทมนตร์อยู่จริง ๆ'
เมื่อเธอแตะหนังสือเล่มนั้นเข้า..วูบ! สติของไอกะหลุดลอยไปทันทีเมื่อได้แตะเข้ากับหนังสือเล่มนั้น...
ไอกะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น 'เอ เมื่อกี้พอเราแตะหนังสือเล่มนั้นแล้ว...' "นี่เคียวจัง มีใครนอนสลบอยู่ตรงนั้นแน่ะ!" เสียงเล็กแหลมที่ดูเหมือนเด็กดังขึ้นจากข้างในกระท่อมเล็ก ๆ ที่ดูน่าอบอุ่นหลังหนึ่ง
"จริงหรือฮิเมะ อ้าว มีนักท่องเที่ยวมาอีกท่านหนึ่งแล้วล่ะ" คนที่ถูกเรียกว่า 'เคียวจัง' พูดขึ้น
'อีกคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ?' ไอกะคิดในใจ
เคียวโกะยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดขึ้นว่า
"ใช่จ้ะ อีกคนหนึ่ง ฮิเมะ ในเมื่อมีนักเดินทางมาถึงแล้ว ก็ไปซื้อของกันเถอะ"
"ค่าา...." ฮิเมะยกมือขึ้นพร้อมกับเสียงตอบรับอย่างสดใส
เคียวโกะจึงหันมาที่ไอกะแล้วพูดว่า
"คุณเองจะไปด้วยก็ได้นะคะ"
"ค่ะ" ไอกะตอบสั้น ๆ เพราะปกติไอกะก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะจ้ะ การที่จะเข้าไปในเมืองจำเป็นต้องข้ามภูเขานะคะ พอไหวไหมคะ" เคียวโกะถามอย่างเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอดีบ้านอยู่แถบภูเขาก็เลยไปเดินเล่นที่ภูเขาบ่อย ๆ น่ะค่ะ"
"เย้ ๆ ไปซื้อของ ๆ" ฮิเมะร้องไปก็กระโดดไปด้วย
เมื่อถึงหมู่บ้านแล้ว ไอกะจึงสังเกตสถาปัตยกรรมของที่เมืองนี้ มันเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลางแบบประณีตมาก ไอกะที่กำลังชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่ไม่เคยได้เห็น เพราะว่าคฤหาสน์ของเธอนั้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีก-โรมันน่ะสิ เมื่อชมจนพอใจแล้วจึงถามเคียวโกะว่า
"คุณ..เคียวโกะคะ เรามาซื้ออะไรที่นี่เหรอคะ" เมื่อเคียวโกะไม่ตอบฮิเมะจึงตอบแทนว่า
"มาซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารอย่างไรล่ะ เคียวจังน่ะทำอาหารเก่งมาก ๆ เลยน้า อ้อจริงสิ!" ฮิเมะปรบมือดังแปะแล้วพูดว่า
"เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนี่นา ฉันชื่อว่า ทานะโมเนะ ฮิเมกะจ้า เรียกว่าฮิเมะจังก็ได้นะ!"
"โซโยริ เคียวโกะจ้ะ เรียกเคียวโกะเฉย ๆ ก็ได้จ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เคียวโกะพูดต่อหลังจากฮิเมะพูดจบ
"เช่นกันค่ะ ฮิคาริ ไอกะค่ะ ฝากตัวนะคะ" ไอกะพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"เธอคงจะสงสัยสินะจ๊ะ ว่าที่นี่คือที่ไหน?" ไอกะพยักหน้า เคียวโกะจึงเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง
"ที่นี่คือ เวโรนิก้า ซึ่งเป็นชื่อของโลกใบนี้ ความหมายของมันคือภาพลักษณ์ที่แท้จริง ซึ่งหมายความว่า ตัวเราเองในโลกใบนี้นั้น จะเผยความสามารถและตัวตนที่แท้จริงทุกอย่างออกมา หรือพูดสั้น ๆ ว่า จะไม่มีการหลอกลวงใด ๆ เป็นอันขาด ทั้งกาย ใจ และบุคลิกภาพ" เมื่อไอกะทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ ฮิเมะจึงขยายความว่า
"ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเคียวจังในโลกคู่ขนานเป็นคนที่เย็นชาและชอบเสแสร้งรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อให้คนอื่นมองว่าตนเป็นคนที่เกลียดสังคม แต่ในใจลึก ๆ ของเคียวจังนั้นเป็นคนที่อ่อนโยนและต้องการความเงียบสงบ เมื่อมาอยู่ในโลกนี้ตัวตนที่แท้จริงของเคียวจังจึงเป็นแบบที่อ่อนโยนอย่างไรล่ะ" และเคียวโกะก็ตอบคำถามในใจของไอกะที่สงสัยมาตลอดตั้งแต่เจอกันว่า
"ส่วนที่ฉันเรียกไอกะจังว่านักเดินทางนั้น เพราะว่า.. 2% ของที่นี่นั้นเป็นมนุษย์ที่ต่างก็ผ่านโลกคู่ขนานมาจากหนังสือลึกลับเล่มนั้นล่ะจ้ะ" เพียงเท่านั้นไอกะจึงเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว แต่เธอก็ยังสงสัยอีกเรื่องหนึ่ง
"แล้วพวกคุณพูดภาษาของฉันได้อย่างไรคะ? หรือว่าที่โลกนี้จะไม่มีภาษาเป็นของตนเอง?" เมื่อได้ยินดังนั้นฮิเมะจึงหัวเราะฮิฮิแล้วเคียวโกะจึงตอบว่า
"ที่นี่เองก็มีภาษาของโลกนี้เหมือนกันจ้ะ แต่ว่าพวกเรานั้น...เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน พวกเราเองก็เคยอยู่ที่โลกคู่ขนาน.. ไม่สิ ที่นั่นเหมือนกันจ้ะ เพราะอย่างนี้พวกเราจึงพูดภาษาของไอกะจังเพื่อให้ไอกะจังเข้าใจอย่างไรล่ะจ๊ะ"
"แล้ว.. เอ่อ ที่นี่ใช้เวทมนตร์ได้ไหมคะ?" ไอกะถามถึงสิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดหลายปี
"ได้จ้ะ ตัวอย่างเช่น" เคียวโกะชี้ไปที่ซุ้มขายผัก ซึ่งปกติที่พ่อค้าจะยกผักไปวางที่แท่น แต่ที่นี่ไม่ใช่ ไอกะเห็นว่าผักที่เป็นกำ ๆ นั้น ลอยขึ้นจากกล่องกระดาษแล้วไปอยู่บนแท่นเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ มันทำให้ไอกะประหลาดใจมาก
"ทุกคนที่นี่ทำแบบนี้กันได้ทุกคนเลยอย่างนั้นหรือคะ" ไอกะถามด้วยความสงสัย
"ไม่ทุกคนหรอกจ้ะ เพราะว่าแต่ละคนนั้นก็จะมีความสามารถในการใช้เวทแตกต่างกัน ซึ่งจะมีถึงระดับที่ 5 ระดับที่ 1 คือเรียกเวทออกมาได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ อืม ก็ประมาณ 1-10 วินาทีละมังคะ ระดับ 2 คือ สามารถที่จะใช้เวทเพื่อยกสิ่งของได้หรือว่ากระทำการใด ๆ ที่ไม่ใช่การต่อสู้น่ะจ้ะ"
"ไม่สามารถต่อสู้ได้หรือคะ"
"จ้ะ เพราะว่าสามารถเรียกเวทได้เพียง 1-10 วินาทีเองนี่นา เอาล่ะ ต่อเลยนะ ระดับที่ 3 คือระดับกลางที่สามารถใช้เวทแห่งธาตุเพื่อต่อสู้ได้แล้วค่ะ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีธาตุที่ตัวเองถนัด หรือเรียกว่าธาตุประจำตัวอย่างที่รู้กันอยู่... ไอกะจังรู้เรื่องนี้ไหมจ๊ะ"
"ค่ะ" ไอกะตอบ
"ซึ่งธาตุทั้งหมดนั้นในโลกแห่งนี้จะมีอยู่ 8 ธาตุด้วยกันจ้ะ น้ำ ไฟ แสง มืด ลม ดิน ทอง และไม้จ้ะ แต่ว่าถ้ารวมจริง ๆ แล้วละก็.. คงจะเป็น 9 ธาตุ... ซึ่งจะมีธาตุไร้ธาตุอยู่ด้วย.... ระดับที่ 4 นั้นจะเป็นระดับที่สามารถใช้เวทชั้นสูงที่ระดับที่ต่ำกว่านั้นทำไม่ได้จ้ะ อืม เช่น..สามารถเปิดคัมภีร์มหาเวท ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่รวมเวททุกธาตุที่มีอานุภาพการทำลายล้างรุนแรง.. ระดับที่ 5 นั้น..."
"เบลดันดี! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"
เด็กผู้มีผมสีทองอร่ามคนหนึ่งวิ่งตัดหน้าพวกเธอไป ไอกะคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ เมื่อโตขึ้นต้องสวยมากแน่ ๆ..
"เบลดันดี..."จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงผมสีทองอร่ามที่ถูดดัดเป็นลอนยาวประมาณศอกโผล่มาต่อหน้าพวกไอกะ ไอกะคิดว่าสองคนนี้จะต้องเป็นพี่น้องกันแน่ ๆ เลย เพราะว่าสีผมและหน้าตาเหมือนกันขนาดนี้
เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันมาพบกับพวกไอกะ จึงขอความช่วยเหลือว่า
"ท่านโซโยริคะ กรุณาช่วยด้วยค่ะ! น้องสาวของดิฉันหนีออกจากบ้านค่ะ! ช่วยไปตามเธอให้หน่อยนะคะ! ขอร้องล่ะค่ะ!"
"เอาล่ะ พราเซีย ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกันหาน้องสาวของเธอ แต่ตอนนี้น่ะ..." ไอกะเห็นว่าผู้หญิงผมสีทองที่ชื่อพราเซียคนนั้นมองมาทางเธอด้วยสายตาที่ปนเปไปด้วยความประหลาดใจ ตกใจ ดีใจ ปนมั่วไปหมด ไอกะเองก็ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวดีใจเรื่องอะไร เพราะในเวลาแบบนี้มันไม่ควรที่จะดีใจเลยสักนิดนี่นา
อีกด้านหนึ่ง พราเซียกระซิบกับเคียวโกะว่า
"ท่านโซโยริคะ เด็กคนนั้น หรือว่า....."
เคียวโกะพยักหน้า แล้วพูดว่า
"ใช่.. อีกไม่นานแล้ว อีกไม่นาน พราเซีย นักเวทระดับ 7 ในตำนานผู้นั้น อีกไม่นาน..."
Comments
Post a Comment