Tales from The Undersea

     ยามอาทิตย์อัสดง บนถนนสายเล็ก ๆ ที่เป็นทางไปจุดชมวิวลับเฉพาะของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่นั้นด้วยจักรยานเก่า ๆ คันหนึ่งด้วยความเลื่อนลอย ถนนสายนี้ไม่มีใครอยู่เลยนะ
 
     ในขณะที่เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นก็ต้องหยุดชะงักด้วยความแปลกใจ.. เพราะที่มุมถนนมีสาวน้อยคนหนึ่งที่ยืน-ไม่ใช่ ลอยอยู่ ? ที่เท้าของเธอมีกำไลสีทองสองวงสวมอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง และลอยอยู่บนพื้นประมาณ 5 เซนติเมตร ผมสีทองยาวสลวย หูที่ยื่นออกมาราวกับไม่ใช่มนุษย์ ร่างเล็กและสมส่วน-นับว่าเป็นสาวสวยสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ หันหน้ามาทางเด็กหนุ่มและเผยอริมฝีปากบางเรียวงามนั้นเปล่งเสียงออกมาเป็นภาษาที่เขาไม่รู้จัก และในขณะที่เด็กหนุ่มคิดว่าเธอคือภูตนั้น ก็ปวดหัวจี๊ดราวกับกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสมองอย่างรุนแรง และก่อนที่เขาจะหมดสติไปนั้น ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่กระซิบว่า

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ’’

     เมื่อเด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่ารอบตัวเขานั้นไม่ใช่สถานที่ที่เขาจำได้ก่อนจะหมดสติ ในขณะที่เขากำลังคิดจะอ้าปากพูดนั้น กลับมีมือหนึ่งมาปิดปากเขา เด็กหนุ่มหันไปมองด้วยความตกใจ คนที่ปิดปากเขาไว้นั่นคือหญิงสาวแสนสวยที่เขาพบบนถนนไร้ผู้คนนั่นเอง รูปโฉมที่งดงามนั้นทำให้เด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่า วินาทีนั้นก็มีคำตอบกลับมาว่า “คุณไม่ได้ฝันไปหรอกค่ะ กรุณาตามดิฉันไปหาท่านผู้นั้นด้วยนะคะ” เด็กหนุ่มได้แต่อึ้งทำอะไรไม่ถูก เมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนกำลังลอยอยู่บนฟ้า— ไม่ใช่ น้ำ? สัมผัสหนัก ๆ ที่ลูบไล้ไปตามตัวเขาตอบสนองความคิดนั้นโดยการสร้างฟองอากาศลูกเล็ก ๆ และต่อหน้าเขานั้นคือภูตสาวที่งดงามจนหาคำใดมาเปรียบมิได้ ทวงท่าอ่อนช้อยชวนให้หลงใหล อาภรณ์สีฟ้าอ่อนบางเบาเช่นเดียวกับสีผมที่ยาวสลวยกรอมเท้า เธอกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ประดับประดาไปด้วยเปลือกหอย มุก และเครื่องประดับอื่น ๆ ส่องประกายสีฟ้าอ่อนออกมาเหมือนกับตัวเธอ และเด็กหนุ่มก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมือนกับกำลังเข้าเฝ้าราชินี แต่ในขณะนี้ในหัวของเขามีแต่สีขาวโพลนและอารมณ์สับสนงุนงงทำให้เขาได้แต่ยืนอยู่เฉย ๆ และเมื่อมองไปรอบ ๆ ก็ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขา ราชินีภูตสีฟ้า และภูตสีทองที่เขาพบเป็นตนแรก ก่อนที่เขาจะได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันนั้น ราชินีภูตสีฟ้าก็ได้กล่าวทักทายกับเขา “ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ ลูกหลานของภูตแห่งราชันย์เอ๋ย” จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่งามสง่า และก้าวเข้าไปหาเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ เหมือนกับคุณน้าที่เพิ่งได้พบกับหลานชายที่ห่างเหินกันไปหลายปี เมื่อเธอยืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มแล้วก็เชิดคางของเขาด้วยปลายนิ้วเรียวยาว จากนั้นก็เริ่มอธิบายว่า

“ไม่มีเวลาที่จะมามัวอธิบายแล้ว เอาเป็นว่า ช่วยรับสิ่งนี้ไปและกำจัดศัตรูเพื่อพวกพ้องของเราด้วยเถิด”

   วินาทีนั้นลูกบอลสีครามก็ได้ปรากฏต่อหน้าเด็กหนุ่ม และเมื่อเขาลองเอื้อมมือไปสัมผัส ลูกบอลนั้นก็กลายเป็นดาบที่ถูกสลักไว้ว่า

Excalibur 

ตัวอักษรที่ประณีตงดงาม รูปร่างที่ดูสวยงามแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยพลัง 

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มสามารถถือมันได้อย่างเบามือทั้ง ๆ ที่ดูลักษณะภายนอกแล้วน้ำหนักน่าจะมากพอตัวทีเดียว ขณะนั้นเองภูตสาวผมทองก็จับมืออีกข้างของเด็กหนุ่มแล้วทั้งสองก็หายตัวไปจากทัศนวิสัยของภูตราชินีสีคราม

    “นี่มันอะไรกันเนี่ย ...” เด็กหนุ่มเผลออุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว

     เมื่อเจอกับสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนวาฬสีน้ำเงินมีหนวดและปีก แววตาดูดุร้าย แผ่จิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน ทว่าช่างน่าแปลกเพราะเด็กหนุ่มไม่รู้สึกกลัวหรือตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย สัญชาตญาณของเขาบ่งบอกเพียงแค่ว่าต้องกำจัดปิศาจตัวนี้ไปจากโลกแห่งท้องทะเลไปให้ได้
     เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็เริ่มสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วค่อย ๆพ่นลมหายใจออกมา ถึงแม้การกระทำนี้จะไม่ได้ช่วยอะไรเมื่ออยู่ในน้ำ แต่ก็ทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้ เขารวบรวมกลุ่มก้อนที่คิดว่าน่าจะเป็นพลังเมื่อเข้ามาในยังโลกแห่งนี้ในใจและแผ่มันไปยังดาบ ปิศาจรับรู้ได้ถึงอันตรายจึงส่งเสียงคำรามขู่กรรโชกเด็กหนุ่ม ทว่าเขาก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาตั้งท่าเตรียมตัวโจมตี และในเสี้ยววินาทีนั้นก็ฟาดฟันตามจุดอ่อนต่าง ๆ ของสัตว์ประหลาดตัวนั้นราวกับเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญ บาดแผลฉกรรจ์ทำให้มันสิ้นลมหายใจในทันทีและสลายหายไปเป็นฟองอากาศ จากนั้นก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากข้างหลัง เด็กหนุ่มจึงหันกลับไปดู ก็พบว่าภูตสาวผมสีทองนั้นกำลังปรบมือเบา ๆ พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เขา พร้อมกับกล่าวคำพูดราวกับเป็นปัจฉิมบท ... ว่า

“งานของท่าน ... เสร็จสมบูรณ์ทุกประการค่ะ”

และเมื่อจบคำกล่าวที่ฟังดูคลุมเครือนั้น กระแสไฟฟ้าก็ได้แล่นผ่านสมองของเด็กหนุ่มอย่างรุนแรงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หมดสติไป....

            “!!!” เด็กหนุ่มสะดุ้งลุกขึ้นตื่น เขายังจำเหตุการณ์นั้นได้ทั้งหมด ทั้งภูตแสนสวยทั้งสองและดาบ ... เด็กหนุ่มมองมือขวาของตนเองที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสจากดาบเล่มนั้น เขามองมือขวาอยู่นานจนได้ยินเสียงกรี๊งของนาฬิกาปลุกที่อยู่ข้างๆเขา ..

      ใช่ เขากำลังนั่งอยู่บนเตียงหลังเดิมที่นอนมาตลอดชีวิต ในขณะที่เขากำลังสับสนอยู่ว่ามันคือความฝันหรือไม่นั้น เขาก็สะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป และเตรียมตัวไปโรงเรียนตามปกติพร้อมกับอาการสับสนมึนงงกับเหตุการณ์ที่เหนือความจริงนั้น เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็นั่งประจำที่ในห้องเรียนเรียบร้อยและอยู่ในท่าทางนั่งเหม่อ เขาไม่ทันได้สังเกตว่าที่นั่งข้าง ๆ ของเขานั้นมีที่ว่างอยู่ทั้งๆที่เพื่อนร่วมห้องของเขามากันครบแล้ว และชั่วโมงโฮมรูมก็ได้เริ่มต้นขึ้น อาจารย์กล่าวทักทายนักเรียนและบอกว่ามีนักเรียนย้ายมาใหม่ที่จะมาเรียนในห้องนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“เอาล่ะ เข้ามาได้”

เสียงเปิดประตูดังครืด แล้วก็มีบุคคลผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหน้าชั้นอย่างช้า ๆ ด้วยเครื่องแบบนักเรียนที่เรียบร้อยสมบูรณ์แบบ เมื่อเด็กหนุ่มเห็นดังนั้นก็ตาโตอ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ผิดแน่ นักเรียนที่ย้ายใหม่นั่นคือ ... ภูตสาวผมทองตนนั้นแน่ ๆ !!


夕日が沈む頃、小さな道を一台の古びた自転車が走っていた。
少年は特に考えもなく、自分だけが知る隠れた展望台へと向かっていた。
「この道には誰もいないな。」
そんなことを考えていた矢先、少年は驚いて自転車を止めた。

道の角に、一人の少女が立って…いや、浮かんでいるのが目に入ったのだ。
彼女の足首には金色のブレスレットがそれぞれ一つずつはめられており、地面から約5センチほど浮いていた。
金色に輝く長い髪、人間とは思えない耳、小柄ながら均整の取れたその姿。まさに完璧な美しさを持つ少女だった。
彼女は少年の方を振り向き、薄く開いた美しい唇から、彼には分からない言葉を発した。
その瞬間、少年は彼女が妖精だと直感した。そして強烈な頭痛が走り、まるで電流が脳を駆け巡るような感覚に襲われ、意識を失う直前、彼は耳元で彼女の声を聞いた。

「お帰りなさいませ。」


---

少年が目を覚ますと、そこは彼が覚えている場所ではなかった。
何が起きたのか話そうとすると、突然誰かに口をふさがれた。驚いて振り返ると、それはあの無人の道で出会った美しい少女だった。
その美しい姿に、少年は自分が夢を見ているのではないかと思ったが、少女は微笑んで言った。
「夢ではありませんわ。どうか私についてきてください。」

少年が戸惑っているうちに、自分が宙に浮かんでいることに気が付いた。いや、それは水中だった。
彼の体を撫でるような感触が小さな泡となって弾け、目の前には青い髪を持つ妖精が現れた。
その妖精は淡い青色の薄い衣装をまとい、優雅に貝殻や真珠で飾られた玉座に腰掛けていた。
まるで女王に謁見しているかのような状況に、少年はただ立ち尽くすしかなかった。

辺りを見回しても、彼と青い妖精、そして最初に出会った金髪の妖精以外には誰もいない。
彼が何かを問いただそうとする前に、青い妖精は口を開いた。
「お久しぶりですね、王の末裔よ。」

彼女は優雅に立ち上がり、少年に近づいていった。その仕草は、久しぶりに会った甥を歓迎する叔母のようだった。
彼女は少年の顎に指先を軽く触れさせ、こう続けた。
「説明している時間はありませんわ。これを受け取り、私たちの敵を討ってくださいませ。」

その瞬間、少年の目の前に青い光の球が現れた。彼がそれに手を伸ばすと、それは一本の剣へと変わった。剣には「Excalibur」という美しい文字が刻まれており、優雅さと力強さが見事に融合した姿をしていた。

その見た目からは重そうに見えるにもかかわらず、少年はその剣を軽々と手にすることができた。
その時、金髪の妖精が彼の手を取り、二人は青い妖精の視界から消え去った。


---

「一体、どうなっているんだ…。」
少年は思わず呟いた。

目の前には青い体を持つクジラのような怪物が現れた。その怪物には触手と翼があり、殺意を放っていた。
しかし奇妙なことに、少年は恐怖を感じることなく、ただこの怪物を倒さねばならないという本能に突き動かされた。

少年は深く息を吸い、水中では無意味だと知りつつも、それが自分を落ち着かせるのを感じた。
彼は心の中にある力を剣に込め、怪物の方へ向かっていった。怪物は危険を察知して咆哮したが、少年は全く動じることなく、その弱点を的確に攻撃した。

怪物は深い傷を負い、ついには泡となって消えてしまった。

その時、背後から拍手の音が聞こえた。振り返ると、金髪の妖精が静かに拍手をしながら微笑んでいた。そして、こう言った。
「あなたの使命は、すべて完了しました。」

その言葉が終わると同時に、少年の脳裏に再び電流が走り、意識を失った。


---

「!!!」
少年は飛び起きた。

夢ではなかったのか。彼は出会った妖精たちと剣のことをすべて覚えていた。
右手を見つめると、まだ剣の感触が残っているようだった。
彼はその感触を確かめるように右手を見つめ続け、時計のアラーム音が耳に入った。

自分はいつものベッドの上にいた。夢だったのか、それとも現実だったのか。
少年は首を振り、その考えを振り払った。そしていつも通り学校へ向かう準備を始めた。

学校に着くと、彼はいつもの席に座り、ぼんやりとしていた。
気が付けば、隣の席が空いていることに気づく。ホームルームが始まり、先生が新しい転校生を紹介した。

「さぁ、入ってきて。」

扉が開き、一人の人物がゆっくりと教室に入ってきた。制服を完璧に着こなしているその人物を見て、少年は目を見開き、驚きで口をあんぐりと開けた。

間違いない。転校生は、あの金髪の妖精だったのだ!



Comments

Popular Posts