[VSHRT] นกและวิญญาณแห่งป่า Sの物語



“เหตุใดเราจึงเลือกชะตากรรมของตนเองมิได้”
S ผู้ซึ่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ก้าวเข้ามายังธรณีประตูห้องเรียนหีบแห่งดวงดาวแห่งนี้เปล่งเสียงขึ้นเป็นครั้งแรก
อาจารย์ใหญ่สบตากับเธอ ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วค่อย ๆ ตอบคำถามของเธอ

“อันโลกนี้นั้นประกอบด้วยสองสิ่งเสมอ นอกเหนือจากต้นกำเนิดซึ่งมีเพียงหนึ่งแล้ว สิ่งอื่นมิอาจเป็นหนึ่งไปได้ ไม่มีสิ่งใดที่เกิดจากองค์ประกอบเพียงหนึ่ง ฉะนั้นแล้ว ชะตากรรมของชีวิตหนึ่งชีวิตแห่งปัญญา มิใช่มิอาจกำหนดด้วยตนเอง เพียงแต่กำหนดมิได้ทั้งหมดเท่านั้น กึ่งหนึ่งเป็นกำหนดของตน อีกกึ่งหนึ่งเป็นกำหนดจากต้นกำเนิด”
“เรามิสามารถรู้ได้หรือว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น” S ถามต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก้องกังวานของเธอ พาให้คนทั้งห้องเรียนสัมผัสถึงสายลมที่มีกลิ่นของท้องฟ้า กลุ่มพลังงานสีครามอันลอยอบอวลอยู่ในชั่วขณะนั้น เปี่ยมไปด้วยแสงแห่งอิสระซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ S โดยแท้
“เราสามารถเพียงรู้ในอดีตและปัจจุบัน เราไม่สามารถล่วงรู้ไปถึงอนาคตได้ เพราะหากว่าเป็นเช่นนั้น คงมิอาจหาความสงบสุขอันใดในโลกได้อีกแล้ว” อาจารย์ใหญ่ตวัดไม้กายสิทธิ์ประจำห้องเรียนเป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย เสียงประหลาดน่าสยดสยองปรากฏขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีเทาจากอ่อนไปเข้ม เพียงสามวินาทีความหดหู่ทะมึนซึ่งชวนระลึกถึงความตายได้แผ่ขยายจนทั่วห้อง กลบรัศมีอิสระก่อนหน้านี้ไปเสียสิ้น
“ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่ใช่เรื่องชวนเศร้าโศกเสียใจเพียงเพราะผู้ที่เรารักได้หายตัวไปตลอดกาล แต่มันน่ากลัวและน่าเศร้าโศกเพราะมันคือจุดจบ หมดสิ้นซึ่งความหวังสำหรับผู้ไร้ซึ่งปัญญาและปราศจากเสบียงที่จะนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์หลังความตายต่างหากเล่าจึงจะเป็นความน่าเศร้าที่แท้จริง อันผู้มีปัญญานั้น ความตายคือสัญญาณแห่งความยินดีของเขา แต่ละวัน แต่ละวัน แทบจะนับรอความตายไม่ไหว เพราะการมีชีวิตยืนยาวเพื่อทนทุกข์ทรมานบนโลกอันฉาบฉวยและเส็งเคร็งนี้ มิใช่ความปีติของพวกเขาแม้แต่น้อย”
ครานี้อาจารย์ใหญ่สบตา S อีกครั้ง ทว่า
“กึ่งหนึ่งนั้นมิใช่ดวงดาวเป็นผู้กำหนด ดวงดาวเป็นเพียงผู้สื่อสารตัวเล็กจ้อยเท่านั้น สรรพสิ่งบนโลกานี้ล้วนแล้วแต่มีผู้ควบคุมทั้งสิ้น”
น่าเสียดายที่อาจารย์ใหญ่แสดงจุดยืนตรงข้ามกับสิ่งที่ S ต้องการจะฟัง

...


"เจ้าเห็นภาพลวงตานั่นไหม" S กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ภาษากายของเธอบ่งบอกว่า เธอมิได้ถามเพียงแค่คนด้านข้างเท่านั้น


"ข้าเห็น และข้าคิดว่า ข้าคงมิได้เห็นภาพเดียวกับเจ้าเป็นแน่" A พยักหน้าตอบ
S ก้มหน้าลงเล็กน้อย มองฝ่ามือของตนเอง จากนั้นจึงก่อคลื่นพลังกลุ่มหนึ่ง เธอเงียบไปนาน

หิ่งห้อยและบรรดาแมลงตัวจ้อยทั้งหลายยังคงส่งเสียงเล็กน้อยตามสิ่งที่พวกมันเป็น


"ข้าเห็นตัวเอง"
"ข้าคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนั้น"
A ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งความประหลาดใจใด


"ข้าเพียงเห็นตัวเอง"
"ข้าทราบ"


"ข้าไม่เห็นผู้ใดอื่น"
"ข้อนี้ข้าต้องขอกล่าวว่าข้าไม่ทราบ"



S เงยหน้าขึ้นและมองลงไปในนัยน์ตาของ A ราวกับจะค้นหาคำตอบ
A ตอบกลับด้วยนัยน์ตาแห่งความจริงแท้ของเขา


ไม่มีใครรู้ว่า S ได้รับคำตอบเช่นไรในใจของเธอ
A เพียงทำหน้าที่ของเขาเท่านั้น


---


「なぜ我々は自分自身の運命を選ぶことができないのか?」
Sは、星の箱舟と呼ばれる教室の敷居を越えて以来ずっと沈黙を守っていたが、ついに声を上げた。


校長は彼女の目を見つめ、穏やかな微笑みを浮かべながらゆっくりと答えた。
「この世界は常に二つのもので成り立っています。唯一の起源を除いて、他の全ては単独では存在できません。何か一つの要素だけで成り立つものなどないのです。したがって、知恵ある一つの命の運命は、自らによってのみ決定されることはありません。その半分は自らが選び、もう半分は起源から与えられるものなのです。」


「それがなぜなのか、我々には知る術がないのですか?」
Sは冷静で澄んだ声で問い続けた。その声は教室全体に風のような感覚を広げ、青空の香りを漂わせる。青く澄んだエネルギーが一瞬漂い、それはSの自由な本質を象徴していた。


「過去と現在を知ることはできますが、未来を知ることはできません。もし未来を知ることができたなら、この世界にはもはや平穏など存在しないでしょう。」
校長は教室の象徴である杖を振り、不気味な音が灰色の煙と共に現れた。徐々に濃くなるその煙は、三秒も経たないうちに教室全体を包み込み、先ほどまで漂っていた自由の輝きを消し去った。


「死は恐れるべきものではありません。ただ、愛する者が永遠に姿を消すことで悲しむべきものでもありません。真に恐ろしく悲しいのは、それが終わりを意味し、来たる永遠の命に向けた準備がない者にとって、希望が断たれることであるのです。知恵を持つ者にとって、死は喜びの合図であり、彼らはその日を指折り数えて待つのです。この偽り多き世に長く生き続けることは、彼らにとって少しも喜びではないのです。」


そう言いながら校長は再びSを見つめた。だが、彼の言葉はSが聞きたかったものとは異なっていた。
「その半分は星が決めるものではありません。星はただの小さな伝達者に過ぎないのです。この世界の全ては、支配者の意志によって動かされているのです。」




--


「あの幻影が見えるか?」
Sは淡々とした声で問いかけた。その身体の動きから察するに、彼女は隣にいる者だけに話しているわけではないようだった。


「見えるよ。ただし、君が見ているものと同じとは限らない。」
Aは頷いて答えた。


Sは少し俯き、自らの手のひらを見つめた後、一つのエネルギーの波を生み出した。彼女はしばらくの間沈黙したままだった。
蛍や小さな虫たちは、それぞれの自然の営みを淡々と続けるかのように微かな音を発していた。


「私には自分自身が見える。」
「そうだろうと思っていた。」
Aは驚きもせず、穏やかな声で返事をした。


「私にはただ自分しか見えない。」
「それは私には分からないことだ。」


Sは顔を上げ、Aの瞳を見つめた。その眼差しには答えを探すような意図が込められていた。
Aは彼の真実を映し出す瞳で答えた。


Sがどのような答えを心の中で得たのかは誰にも分からない。
Aはただ彼の役目を果たしただけだった。




Comments

Popular Posts