[VSHRT] 第三の任務



第三の任務は勝利をし、華麗に終わりを迎えることができた。

ภารกิจที่สามสามารถกำชัยและปิดฉากลงได้อย่างสวยสดงดงาม




そしてOは、相変わらず本がある部屋に閉じこもっている。

แม้กระนั้น O ก็ยังคงขลุกตัวอยู่ในห้องที่มีหนังสือกองอยู่เหมือนเช่นเคย




 今回は精霊たちが住んでいる寮、臙脂色の亡骸という名の図書室だった。

ครานี้เป็นห้องสมุดนามว่าซากศพชาดแต้มแดง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหอพักประจำของบรรดาภูตผีนั่นเอง




精霊には心霊に取り巻いて得る安心感が必要なため、この図書室にも剥製した惨死体の屍を本棚の間に縦柄で置いている。

โลงแก้วคร่ำคร่ากระดำกระด่างถูกตบแต่งไว้อย่างเด่นสะดุดตายิ่ง ภายในนั้นเป็นศพผีตายโหงอันได้รับการเก็บรักษาสภาพคงไว้ซึ่งความใหม่เอี่ยม ถูกวางระหว่างตู้หนังสือสองตู้ในแนวตั้ง




遺棄された古いガラスの棺が大胆に飾られた。

เหตุด้วยบรรดาภูตผีนั้นแท้จริงแล้วต้องการความสงบทางใจจากการดูดกลืนจิตวิญญาณ




不思議なことしかありえないこの学院には、不思議なことになかなか慣れることが出来なかった人間のOも、流石に慣れる時期だろう。

สถาบันแห่งนี้ไม่เคยมีเรื่องราวที่ไม่แปลกประหลาด และมนุษย์ที่ไม่เคยชินกับความไม่เคยมีเรื่องราวที่ไม่แปลกประหลาดอย่าง O เองก็ถึงเวลาที่สมควรจะชินชากับมันได้แล้วกระมัง




 丁度主人から珍しくオフをもらったJがふらふらと歩きながら暇を持て余していた。すると、人間の気配を感じ、Oと前々から話をしたかった彼はこの好機を逃すわけにはいかぬ。

พอดีกับที่ J ผู้ได้รับวันหยุดแสนหายากจากเจ้านายผู้ประเสริฐของเขากำลังเดินทอดน่องหากิจกรรมฆ่าเวลาอยู่นั้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ เขาผู้ซึ่งมีความปรารถนาที่จะสนทนากับ O สักสองสามคำตั้งแต่ก่อนหน้านี้จึงสบโอกาสอันดีงามนี้เข้าหา




 挨拶もせず、Jは華やかな振る舞いで勝手に骨椅子に座った。

J นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยทวงท่าสง่างามโดยปราศจากคำทักทาย ไร้ซึ่งคำขออนุญาตใด ๆ




「私たちの寮はいかがでしょうか。美味しい人間のリンパ液もありますよ、飲んでみます?まあ、私はそのような下品なものは口にしませんけど」

“หอพักของพวกกระผมเป็นอย่างไรบ้างขอรับ เรามีน้ำเหลืองมนุษย์แสนอร่อยสำหรับต้อนรับแขกด้วยนะ ลองสักหน่อยหรือไม่ ? กล่าวไป ตัวกระผมนั้นมิได้สนใจจะดื่มของชั้นต่ำพวกนี้ดอก”




「それは結構です。僕がそれを飲んでしまうと死んでしまいます」

“ขอผ่านครับ ถ้าผมดื่มจริงก็ได้ตายกันพอดี”




夜中のウィファヴェラ滝壷で遊んでいる水の妖精は、二人を囲んだ。

เวลาดึกสงัด บรรดาภูตวารีผู้เล่นสนุกอยู่รอบ ๆ แอ่งน้ำตกวีฟาเวราล้อมสองคนไว้




ここの清水は、昔から水ドラゴンの根源だと言われている。このような伝統の話は本当かどうか、それともただ創建者の妄想趣味だけなのか、誰にもわからない。

ตาน้ำบริสุทธิ์แห่งนี้มีเรื่องเล่าขานว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งมังกรวารี ทว่ามิมีผู้ใดอาจล่วงรู้ได้ว่าตำนานปรัมปราเช่นนี้เป็นเพียงความชื่นชอบในการเล่าจินตนาการของผู้ก่อตั้ง หรือเป็นตำนานที่มาจากเรื่องจริงกันแน่




そんな滝壷の真ん中、小さな女の子はおとぎばなしを語り始めた。

ท่ามกลางแอ่งน้ำตกนั้น เด็กหญิงตัวน้อยเริ่มเล่านิทาน




「とある妖精の町がありました。その町には妖精の王家と可愛らしい妖精たちの民衆があり、みんなは自然と暮し、幸せな一生を巡る、とても平和な場所でした」

“กาลครั้งหนึ่งมีเมืองแห่งภูตอยู่เมืองหนึ่ง เมืองนั้นมีกษัตริย์แห่งภูตและประชาชนชาวภูตอาศัยอยู่อย่างสงบสุข มีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความผาสุก เป็นสถานที่ที่มีความสันติเป็นอย่างยิ่ง”




女の子は無邪気溢れる笑顔で指を空気に描いた。蛍たちも喜んで彼女の指先通りに踊って飛んだ。くすっと微かの笑い声が空間に消えた。

เด็กสาวยิ้มอย่างไร้เดียงสา วาดนิ้วเป็นภาพกลางอากาศ เหล่าหิ่งห้อยทั้งหลายร่วมเต้นระบำตามปลายนิ้วของเธอด้วยความยินดียิ่ง




「ところがある日、妖精の敵が現れました。どうなると思いますか?」

“ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ศัตรูของบรรดาภูตได้ปรากฏตัวขึ้น คิดว่าจะเป็นเช่นไร ?”




少女は、自分を抱擁している青年に問いかけた。滝壷の周りは無論、草木が生い茂っているが、なぜか水属性の妖精しか見当たらなかった。

สาวน้อยเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่มอบอ้อมกอดอันอบอุ่นให้แก่เธอ บริเวณรอบแอ่งน้ำตกนั้น ไม่เป็นที่กังขาว่ามีพืชพันธุ์งอกเงยอยู่มากมาย ทว่าไม่ทราบเหตุอันใด ที่แห่งนี้จึงปรากฏเพียงภูตวารีเท่านั้น




青年は、この疑問を聞いた途端、より力を込めた。

เมื่อเด็กหนุ่มสดับฟังคำถาม เขาได้กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น




「...町が滅茶苦茶にされる」

“....เมืองถูกทำลายย่อยยับ”




女の子は薄らかに笑った。

เด็กสาวยิ้มน้อย ๆ




「ちがう、ちがうの。敵は、『以下の条件を満たす、世界を救える能力を持つ妖精を我々に献じろ』と言いました」

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย... ศัตรูกล่าวว่า “จงมอบภูตซึ่งมีพลังอำนาจเหนือสรรพสิ่งในโลกา อันบรรลุเงื่อนไขต่อไปนี้มาให้เราเสีย””




その声は清らかで、青年の心を溶けさせるようだった。

เสียงนั้นช่างใสกังวาน ประหนึ่งจะหลอมละลายหัวใจของเด็กหนุ่มกระนั้น




彼は眉を顰め、こう言い返した。

เขาขมวดคิ้ว และเอ่ยตอบดังนี้




「言い掛かりだな」

“หาเรื่องแท้นัก”




無論、彼が責めても何も変えることができず、この物語は続けられた。

แน่นอน แม้นเขาจะสบถด่าทอเพียงใดก็มิอาจเปลี่ยนแปลงกระไรได้ เรื่องเล่ายังคงเดินต่อไป




「妖精王はただ悠揚な様子で、その招かれざる客の話を聞きました。『一、一番若く、二、一番身分が高く、三、一番可憐な容姿を持つ者を我が元に、貢物となれ』と。妖精王は泣き寝入りしたような感覚だった。

“กษัตริย์แห่งภูตเพียงรับฟังปาฐกถาของแขกผู้มิได้รับเชิญด้วยท่าที่สงบยิ่ง “จงถวายเครื่องบรรณาการซึ่งมีคุณสมบัติต่อไปนี้ให้แก่เรา หนึ่ง เยาว์วัยเป็นเอก สอง สูงศักดิ์เป็นเอก สาม เสน่ห์เลิศล้ำเป็นเอก”




聞いて、招かれざる客が言っているのは、自分の娘のことでしかないとすぐに理解ができた。終戦から一年も経たず、さらに娘も攫われてしまうだなんて、なんて哀れな王様であろう。

ฟังดังนั้น จึงรู้แจ้งทันใดว่าสิ่งที่แขกไม่ได้รับเชิญกล่าวถึงคือบุตรีของตนมิใช่ใครอื่น สิ้นสงครามไม่ครบรอบหนึ่งปีดี ทั้งธิดายังถูกพรากจากอกไปเช่นนี้ ช่างเป็นกษัตริย์ผู้น่าเวทนากระไรเช่นนี้




そしてその三日後、この世に生まれてきたばかりの娘を招かれざる客に捧げ、まるでその娘が存在しなかったかのように、妖精の族は生き続けました」

และแล้วหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้นสามครั้ง กษัตริย์แห่งภูตได้สละพระธิดาของตนซึ่งประสูติมายังโลกแห่งนี้ได้ไม่นานให้แก่แขกผู้มิได้รับเชิญ บรรดาเผ่าภูตได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ประหนึ่งพระธิดาองค์นั้นมิเคยมีตัวตนอยู่ด้วยฉะนี้เอง”




「…」

“...”




暫くの沈黙に、再び青年は口を開いた。

「寂しくないのか、その娘は」

ความเงียบดำเนินไปพักหนึ่ง เด็กหนุ่มจึงเปิดปากพูดอีกครั้ง

“เธอไม่เหงาบ้างหรือ”




「ううん、さびしくないよ。その子の本当の家族は、招かれざる客だから。運命がそう描いていたから、受け入れられるの」

“ไม่เหงาหรอก เพราะครอบครัวที่แท้จริงของเธอก็คือแขกผู้มิได้รับเชิญต่างหาก ลิขิตกำหนดมาแบบนั้น เธอก็รับได้”




「じゃあその後、妖精の町はどうなった?妖精族は皆どこにいる?」

少年は、その場所が妖精王の見方からすると、もう住民にとって安全ではない場所になってしまったのだと考えた。したがって、その町が別の場所へ移転される可能性があると推測した。その新しい場所には、より神聖で縁起の良い気が満ちているのだろう。

“แล้วหลังจากนั้นเมืองแห่งภูตเล่าเป็นอย่างไรบ้าง ? เผ่าแห่งภูตอาศัยอยู่ที่ไหนกัน”

เด็กหนุ่มคิดว่าสถานที่แห่งนั้นคงเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนอีกต่อไปในมุมมองของกษัตริย์แห่งภูต จึงมีความเป็นไปได้ที่จะย้ายเมืองนั้นไปอยู่สถานที่แห่งอื่นซึ่งอาจมีไอมงคลมากกว่านั้น




「今はねぇ、遠く、とーくのどこかで生きているの。新しい仲間ができて、自分と同じ『故郷』から離れた妖精と仲良く、いろいろなことを勉強しているらしいよ」彼女が言っていることは、いったい誰のことだろうかー

"ตอนนี้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในที่ไกลแสนไกล สถานที่แห่งใหม่ที่พวกเขาได้พบมิตรสหายคนใหม่ ๆ และได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายร่วมกับเหล่าภูตที่ต้องจากบ้านเกิดมาเหมือนกัน" เธอกล่าวด้วยท่าทางที่ชวนสงสัยว่าเธอกำลังพูดถึงใครกันแน่—







「…」




「でも本当はね、みんなだって、妖精王の娘だって、自分が産まれた場所から離れたくないと思うはずなの。なぜかそれができなくて、




「Sさん、私の『ものがたり』はどうだった?面白いかなぁ?」

突然言い出した少女に、青年は驚いて祝詞を罵詈した。

"…"




"แต่จริง ๆ แล้วนะ ฉันว่า ทุกคน รวมถึงลูกสาวของกษัตริย์ภูต ก็คงไม่อยากจากสถานที่ที่พวกเขาเกิดมาใช่ไหมล่ะ? แต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้นไม่ได้..."




"คุณ S คะ คุณคิดว่า 'เรื่องราว' ของฉันเป็นยังไงบ้าง? สนุกไหม?"

คำพูดที่เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับตกใจจนหลุดคำพูดที่ไม่ค่อยเข้าท่าออกมาอย่างไม่รู้ตัว

"…”







Sと呼ばれた者は、美しい動きで木の上から飛び降りた。

「私には理解できない話だが、あの娘が頑張ったことは悪くはない」




その言葉が少女に再び笑顔をもたらした。

「おー、嬉しいーSさんに褒められたよー。ねぇHくん、嬉しいよね〜」

「…聞いてたのか」Hは女性に向かって邪推に言う。




Sは相変わらず、近寄りづらいオーラを放っている。今夜の彼女は、特別に神秘的な格好を纏っている。緑色の羽根で着飾られたショートトレーンのドレスは輝かしく、Sの存在を大きく引き立てている。

「お前達が勝手に現れたのだ。私は前からここにいた」

S ที่ถูกเรียกชื่ออย่างนั้นกระโดดลงมาจากต้นไม้ด้วยการเคลื่อนไหวที่งดงาม

"เรื่องราวนี้ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่การที่เธอพยายามขนาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะ"




คำพูดนั้นทำให้เด็กสาวเผยรอยยิ้มอีกครั้ง

"ว้าว ดีใจจัง คุณ S ชมฉันด้วยล่ะ! ใช่ไหม H ดีใจใช่ไหม~"

"...ได้ยินอยู่เหรอ" H เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือแววสงสัยไปทางเธอ




S ยังคงแผ่รังสีที่ยากจะเข้าใกล้ได้เหมือนเดิม คืนนี้เธอสวมชุดที่ดูลึกลับและน่าพิศวง ชุดเดรสแบบสั้นที่ประดับด้วยขนนกสีเขียวดูระยิบระยับ สร้างความโดดเด่นให้กับตัวตนของเธอมากขึ้น

"พวกเธอโผล่มาเองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกแล้ว"







一瞬、Hの心の中に不愉快な感覚が押し寄せたが、膝の上にいる少女の笑顔でその感覚は泡のように弾けた。

(隠されることもないし、別にいいか)




((カー、、エー、、ララ、、。))

(信頼できるかできないかはここで判断してはならぬ。お前は観察していけば良い)




((リョー、、あー、、。))

樹皮の囁きはまだ続いている。どうやら彼は、何らかの注意をしたいようだ。




「別にそれは、お前ら自らが選んだ選択肢であろう?後悔する意味がわからん」

ในชั่วขณะหนึ่ง ความรู้สึกไม่สบายใจแทรกซึมเข้ามาในใจของ H แต่เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของเด็กสาวที่นั่งอยู่บนตัก ความรู้สึกนั้นก็พลันสลายไปเหมือนฟองสบู่

(ไม่มีอะไรต้องปิดบัง และช่างมันก็แล้วกัน)




((カー、、エー、、ララ、、。))

(อย่าตัดสินใจตอนนี้ว่าจะเชื่อถือได้หรือไม่ จงสังเกตต่อไปเถิด)




((リョー、、あー、、。))

เสียงกระซิบจากเปลือกไม้ยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนเขากำลังพยายามเตือนอะไรบางอย่าง




"ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอก การเลือกนั้นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตัดสินใจเอง จะเสียใจทำไม ข้าไม่เข้าใจ"




「誰もがいつでも自由に選べ

るとは限らない。結局罪深いものは、自分のことしか考えないんですよ。」

"ไม่มีใครสามารถเลือกได้อย่างอิสระเสมอไปหรอก ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เห็นแก่ตัวที่สุดก็คือการคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น"




Comments

Popular Posts